Prologue (Part 4)

posted on 11/12/2560 12:23:00 ก่อนเที่ยง by VermillionEnd Categories:
เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 2014 ที่ http://vermillionend.exteen.com

คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจากหนังสือนิยาย

[หน้า 31]
ซาคุยะเองก็เข้าใจเรื่องนั้นอยู่แล้วเช่นกัน เลยงงที่ไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมถึงได้ถามยืนยันอย่างระมัดระวังขนาดนี้
……ไม่รู้จริงๆด้วย……”
……ตกลงมีอะไรกันแน่เหรอคะ ?”
อืม…………เรื่องนั้นพูดไปจะดีรึเปล่านะ……ไม่สิ แต่ว่านี่อาจจะน่าสนใจขึ้นมาเรื่อยๆก็ได้……ความทรงจำดีๆสมัยตอนเป็นนักเรียน ?  ต้องเป็นที่เล่าต่อกันไปยังรุ่นหลังๆไม่ผิดแน่นอนซะด้วยสิ
เอ เอ่อ คุณโคโนเอะ ?”
จากท่าทีที่ไม่ปกติ เหงื่อได้ไหลลงมาที่แก้มของซาคุยะ หรือว่าบางทีฉันอาจจะทำเรื่องสะเพร่าลงไปแล้วรึเปล่านะ ถามตัวเองไปแต่ก็สายไปเรียบร้อยแล้ว
คิดไว้ด้วยว่าจะไปที่ห้องเรียนของรุ่นน้องแล้วถามตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่ท่าทางดีใจเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัว
ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแบบไหน พวกเธอก็ดีใจกับการเข้าร่วมของซาคุยะจากใจ……คิดว่าเป็นแบบนั้น
เพิ่งมาเข้าใจเอาป่านนี้ว่าอาการประหลาดใจตอนที่เซ็นชื่อลงไปนั้นเป็นเพราะคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าคงจะถูกปฏิเสธแน่นอน
ยะ ยังไงก็เถอะ
ก่อนอื่นต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นกิจกรรมแบบไหน ถึงจะจินตนาการให้มากไปก็ไม่มีความหมายอะไร บางทีโคโนเอะ จิคาเงะอาจจะแค่มากระตุ้นความกังวลเฉยๆ แล้วเป็น “กิจกรรมเล็กๆน้อยๆ” ตรงตามความหมายจริงๆก็เป็นได้




[หน้า 32]
ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ ซาคุยะตัดสินใจแบบนั้นแล้วตั้งใจว่าจะ------ไปถามอีกครั้ง
นี่ๆ ที่ว่าจะเข้าร่วมประกวดนางงามในงานคริสต์มาสเนี่ย จริงเหรอ ! ?”
………………
คำศัพท์ที่ว่าจะไปถามอีกครั้งนั้นได้หยุดลงไป
ที่เข้ามาในห้องเรียนคือยาคุชิ คิโยกะซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้น พอเห็นซาคุยะจากประตูทางเข้าก็รีบรุดมาหาทันที
ตอนที่ได้ยินตกใจเลยล่ะ ไม่คิดเลยว่าจะเข้าร่วมจริงๆ แต่จะเอาใจช่วยนะ วางใจได้เลย ความนิยมซาคุยะของพวกรุ่นน้องน่ะสุดยอดมากทีเดียว น่าจะชนะเลิศล่ะนะ
ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ แล้วแต่ไหนแต่ไร ประกวด นางงาม ทำไมถึงได้กลายเป็นเรื่องแบบนั้นไปได้กันคะ
ไม่เข้าใจความหมายที่ถูกพูดมา
แล้วที่จริง นั่นน่าจะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในที่ๆมีทั้งชายและหญิง




[หน้า 33]
การโหวตให้เด็กผู้หญิงที่โรงเรียนเอกชนสตรีคิโยมิยะซึ่งมีแค่เด็กผู้หญิงเท่านั้นเนี่ยมันสนุกตรงไหนกันนะ
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่สามารถจินตนาการถึงภาพของตัวซาคุยะเองที่ขึ้นไปอยู่บนเวลาทีนั้นได้เลย
ไม่สิ พยายามจะจินตนาการแล้วแต่ความคิดทำงานหนักเกินไปเลยช็อตอยู่
แล้วที่จริง ประกวดนางงามที่ว่าคือ เรื่องอะไร กัน เหรอ คะ
ถามคิโยกะด้วยเสียงที่สั่นและขาดเป็นช่วงๆ
ซาคุยะได้ยินเสียงตอบกลับมาราวกับว่านั่นเป็นห่าฝนที่ตกลงมาจากที่ไกลแสนไกลซึ่งห่างไกลจากเสียงของตนเองมาก
เอ๊ะ ก็เรื่องตัดสินหามิสคิโยมิยะในงานเลี้ยงคริสต์มาสไม่ใช่เหรอไง ?  ทั้งประชาสัมพันธ์กันด้วยท่าทางน่าสนุกมาก โปสเตอร์เองก็มีแปะไว้ตรงทางเข้าด้วย
หา ! ?”
คิกคิกคิก……
ได้ยินเสียงหัวเราะแบบพยายามกลั้นหัวเราะไว้มาจากด้านหลัง และถึงจะไม่หันไปมองก็รู้ได้ เป็นเสียงของโคโนเอะ จิคาเงะ
ความแตกตื่นโกลาหลนั้นเกินกว่าที่คาดไว้ เป็นระดับที่พัดเอาบรรยากาศน่าอึดอัดยังไงไม่รู้ไปได้
ท่าทีเฉยเมยของคิโยกะแล้วก็บรรยากาศนั้นได้ชำระล้างเอาทุกอย่างไป จากนั้นความอึกทึกก็ห้อมล้อมซาคุยะ
โกหก……สินะคะ……




[หน้า 34]
ซาคุยะได้แต่ยืนอึ้งอยู่ในนั้น


สรุปก็คือ
พอพักเที่ยงแล้วพวกซาคุยะก็มารวมตัวกัน
หลังจากที่เวลาผ่านไปก็ได้ถามเรื่องเมื่อเช้ากับพวกคิโยกะ งานเลี้ยงคริสต์มาสที่ตัวซาคุยะนึกไว้กับเนื้อหางานที่จะจัดขึ้นจริงต่างกันอยู่มาก แล้วดูเหมือนว่าคนที่ไม่รู้เรื่องนั้นจะมีแค่ซาคุยะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง
เริ่มมาจากเรื่องที่ว่าอยากได้ความทรงจำของนักเรียนที่จะจบการศึกษาน่ะ
เอียงคอสงสัยกับคำพูดของจิคาเงะ
ถึงจะบอกว่าเป็นความทรงจำก็เถอะ ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนั้นไปเหรอคะ ? ช่วงเวลาใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนหรือหอพักเองก็นานกว่ารุ่นน้องด้วย ความทรงจำคือผลลัพธ์ของเหตุการณ์ซึ่งแต่ละคนจะเป็นคนสร้างขึ้นมาเองไม่ใช่หรือคะ
นั่นเป็นเรื่องที่จำกัดอยู่แค่ตัวซาคุยะคนเดียวสินะ ไม่ใช่แบบนั้น รุ่นน้องกำลังต้องการความทรงจำของรุ่นพี่น่ะ
……พอพูดแบบนั้นแล้ว ?”




[หน้า 35]
ไม่เข้าใจความหมาย ซาคุยะเลยถามทั้งคู่อีกครั้ง
ความทรงจำนั้นสุดท้ายยังไงก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนสร้างขึ้น ถึงจะเป็นการทำอะไรเป็นกลุ่มเรื่องนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ในแต่ละคนจะมีความทรงจำที่ว่า ได้ทำอะไรซักอย่างด้วยกันกับทุกคนสร้างขึ้นมา
ยกเหตุการณ์ขึ้นมาหนึ่งอย่าง อารมณ์หรือความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์นั้นจะต่างกันออกไปนับไม่ถ้วน ถ้าให้พูดแบบสุดโต่งแล้วล่ะก็ถึงแม้ว่าสำหรับคนหนึ่งจะถือเป็นความทรงจำที่ดี แต่เป็นไปได้ว่าสำหรับใครซักคนอาจจะกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อยากจะนึกถึงด้วยเช่นกัน
แล้วเรื่องนั้นบางทีซาคุยะอาจจะต้องลิ้มรสมันในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้
ถึงจะไม่เข้าใจเป้าหมายยิบย่อยของการประกวดนางงาม แต่ก็สามารถจินตนาการภาพตัวเองใส่ชุดโป๊ๆเดินขึ้นไปบนเวทีอาบแสงสปอร์ตไลท์แบบเดียวกับภาพที่เห็นในทีวีได้
จากวิธีพูดของคิโยกะกับจิคาเงะเองก็ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ได้เดาผิดไปซะทีเดียว
สำหรับคนอื่นแล้วท่าทางจะกลายเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ซาคุยะคิดเช่นนั้น แล้วเรื่องที่เป็นฝันร้ายสำหรับตัวเธอเองก็ท่าทางจะไม่ผิดเช่นกัน
ยังไงก็คิดได้แค่ว่าส่งฉันออกไปเพื่อเรียกเสียงหัวเราะค่ะ ปฏิกิริยาจากในชั้นเรียนเองก็รู้สึกได้แบบนั้นด้วยค่ะ คิดว่าไม่ได้เดาผิดไปซะทีเดียวหรอกนะคะ……เปล่าค่ะ ไม่ใช่ว่ากำลังโกรธอยู่หรอกนะคะ ค่ะ แน่นอนค่ะ
โกรธอยู่เห็นๆ กำลังโกรธสุดๆไปเลยด้วย !”




[หน้า 36]
ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความรู้สึกเหมือนโดนหลอกค่ะ แต่……เฮ้อ จะพูดยังไงดีนะคะ……”
ถอนหายใจรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ของวันนี้ จากนั้นก็ตัดสินใจลองถามดูอีกครั้ง
แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เข้าใจความหมายค่ะ ทำไมฉันถึงต้องเข้าร่วมประกวดนางงามอะไรนั่นด้วย
ไม่ใช่เพราะว่าเผลอเซ็นชื่อไปแล้วหรอกเหรอ ?”
ไม่ใช่แบบนั้น !”
กระแอมไอเล็กน้อยดังอะแฮ่ม ทำจิตใจให้สงบ แล้วลองเปลี่ยนคำถามดูนิดหน่อย
มีท่านที่ท่าทางจะทำให้งานครื้นเครงกว่านี้อยู่เยอะสินะคะ อย่างเช่นคุณอาคาโบชิที่เป็นประธานนักเรียนเองก็เป็นที่รักของรุ่นน้องด้วย แล้วยังมีความเข้าสังคมเก่งที่จะกระตือรือร้นจัดงานอยู่พอดี คิดว่าคงจะเข้าร่วมอย่างสนุกสนานรึเปล่าคะ
อ๊ะ เห็นมีเขียนไว้ว่าจะเข้าร่วมน่ะ
…………”
ถูกตอบกลับมาในทันควัน พูดไม่ออกในทันที
เริ่มคิดใหม่แล้วพูดต่อ
……กล่าวคือการที่ท่านที่มีทั้งความนิยมและเข้าสังคมเก่งแบบนั้นจะประกาศเข้าร่วมถือเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เป็นที่เรียกร้องของทุกคนก็เข้าใจได้อยู่ค่ะ แต่ทำไมแม้แต่ฉันถึงได้




[หน้า 37]
เรื่องนั่นน่ะ ก็
เนอะ
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วพยักหน้า ราวกับกำลังยืนยันเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วซึ่งควรจะเรียกว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ มีแค่ซาคุยะที่ถูกปล่อยทิ้งไว้คนเดียว
ดะ เดี๋ยวสิคะ มันอะไรกันคะปฏิกิริยาแบบนั้น ไม่เข้าใจความหมายเลยค่ะ
ให้อธิบายด้วยคำพูดเนี่ย ถ้าไม่ใช่ซาคุยะล่ะก็เป็นการเยาะเย้ยกันเลยนะ
จริงๆด้วยเนอะ คิดว่ามีคำพูดกับการกระทำที่เพราะว่าเป็นซาคุจจิถึงได้รับการยอมให้อยู่เยอะเลยล่ะ
จริงๆเลยน้า
……เพราะแบบนั้น ถ้าไม่อธิบายให้ฟังก็จะไม่เข้าใจไงคะ
ในขณะที่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยกับบทสนทนาที่ทิ้งซาคุยะไปแล้วดำเนินต่อ ก็เร่งให้พูด
ก่อนอื่นเรื่องเมื่อซักครู่กับงานประกวดเกี่ยวข้องกันยังไงเหรอคะ งานโรงเรียนคงจะกลายเป็นความทรงจำไม่ผิดแน่ค่ะ แต่ว่าฉันก็ไม่ได้เคยดำรงตำแหน่งอะไรในโรงเรียนเหมือนคุณประธานนักเรียนด้วย แล้วก็ไม่ใช่ว่าเคยสังกัดชมรมด้วย รู้สึกเหมือนโดนส่งต่อเรื่องยุ่งยากของคุณโคโนเอะมาให้เลยค่ะ




[หน้า 38]
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่นั่นก็เป็นความจริง ซาคุยะคิดเช่นนั้นอยู่ในใจ ตัวเธอนั้นไม่ใช่นักเรียนที่โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าเคยดำรงตำแหน่งใหญ่ๆอะไรในงานโรงเรียนด้วย ไม่ใช่ว่าเคยสร้างผลงานในกิจกรรมชมรมจนได้รับการยกย่องด้วย เป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆที่ไม่โดดเด่นอะไรเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเวทีซึ่งเป็นที่จุดสนใจของผู้คน
ทว่า ตรงข้ามกับภายในใจของซาคุยะ ทั้งสองถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาให้เห็น
……หรือว่าจะไม่รู้รึเปล่านะ
คงเป็นแบบนั้นล่ะนะ แทนที่จะพูดแบบนั้น ถ้ารู้อยู่แล้วล่ะก็ ในกรณีนั้นจะไม่ตรงกับภาพลักษณ์จนน่าตกใจเลยล่ะ
อา เรื่องนั้นเป็นแบบนั้นจริงๆนั่นล่ะเนอะ
กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่คะ ?”
สังหรณ์ใจไม่ดีแล้วกลืนน้ำลาย
พอถามไปอย่างหวาดๆ จิคาเงะก็ถามซาคุยะกลับ
รู้จัก MSF รึเปล่า ?”
เอ็มเอสเอฟเหรอคะ เหมือนเป็นรหัสลับหรือชื่อย่อของอะไรเลยนะคะ เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกนี่ล่ะค่ะ
โรงเรียนนี้มีชุมนุมอยู่มากมายใช่ไหมล่ะ เป็นชุมนุมนึงในนั้นล่ะ
จริงๆด้วยค่ะ ถ้าเป็นชุมนุมล่ะก็ถึงจะไม่เคยได้ยินก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร




[หน้า 39]
พอบอกแบบนั้นมา ซาคุยะก็พยักหน้า
ที่นี่ ในโรงเรียนเอกชนสตรีคิโยมิยะนั้นแน่นขนัดไปด้วยชมรมและชุมนุม นักเรียนหรืออาจารย์ที่รู้จำนวนทั้งหมดนั้นมีอยู่อย่างจำกัดมาก หรือไม่ก็ถึงกับพูดกันเลยว่าอาจจะไม่มีใครรู้จำนวนที่แน่ชัดเลยรึเปล่า
เรื่องนั้นเป็นการพูดที่ดูเกินจริง แต่สำหรับผู้ฟังนั้นมีพลังชวนให้คล้อยตามอยู่
เพราะโรงเรียนในชนบทแบบนี้ไม่มีความสนุกอย่างอื่นเลย อาจจะช่วยไม่ได้ก็ได้ค่ะ
นั่นสินะ  MSF เองก็เป็นหนึ่งในชุมนุมแบบนั้นล่ะ
โรงเรียนคิโยมิยะตั้งอยู่ตรงชานเมืองของเมืองชนบท
เป็นโรงเรียนคุณหนูที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่
รูปร่างที่ใช้ชุดกะลาสีหนาๆมาห่อหุ้มกายกับท่ายืนที่ดูสงบนิ่งในป่านั้นเป็นที่รับรู้กันในหมู่นักเรียนและผู้ปกครองในฐานะแบรนด์ของโรงเรียนคิโยมิยะ
ทว่า ที่เข้ามาเรียนนั้นเป็นพวกเด็กสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ในป่าชานเมืองซึ่งมีสิ่งบันเทิงน้อยนั้นมีความเบื่อที่มากจนไม่รู้จะทำยังไงดี โดยเฉพาะกับความประพฤติของนักเรียนหอพักซึ่งอยู่ไกลสายตาผู้ปกครองนั้นเคยมียุคที่มีการจับตาสอดส่องทุกฝีก้าวอยู่……ซาคุยะได้ยินมาแบบนั้น
ที่เป็นประโยครูปอดีตเพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องในอดีตนานมากแล้ว และพวกซาคุยะก็รู้โดยฟังมาจากคนอื่นอีกทีเท่านั้น
พอได้รู้จักโรงเรียนคิโยมิยะในตอนนี้ พวกเรื่องความประพฤติเหลวแหลกโดยนักเรียนที่เบื่อจนไม่รู้จะทำยังไงดีถูกมองว่าเป็นปัญหานั้นก็รู้สึกเหมือนกับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอื่นไป




[หน้า 40]
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าได้มีการนำวิธีแก้ปัญหาที่พิเศษมาใช้แต่อย่างใด
แต่เป็นแค่วิธีการง่ายๆที่ถ้าเบื่อไม่รู้จะทำยังไงดีจนความประพฤตินอกโรงเรียนกลายเป็นปัญหาแล้วล่ะก็ ยอมสร้างของที่เบี่ยงเบนความเบื่อขึ้นมาในโรงเรียนจะดีกว่า
ซึ่งนั่นก็คืองานเลี้ยงคริสต์มาสที่จัดขึ้นโดยนักเรียนหอพัก และการมีอยู่ของชมรมกับชุมนุมที่เพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงกับพูดกันว่าไม่สามารถทราบความเป็นไปทั้งหมดได้
ถ้าเป็นแรกเริ่มเดิมทีล่ะก็ พวกงานเลี้ยงที่มีเงื่อนไขนำเป็นการชุมนุมที่มีกันแค่นักเรียนแล้วอยู่จนดึกจะไม่ได้รับอนุญาต สมมุติว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันแล้วข่าวฉาวไปถึงภายนอกล่ะก็จะเสียประวัติด้วย และจะถูกคนภายนอกนินทากันให้แซ่ด
การใช้ไฟเองก็เช่นกัน ถ้ากลายเป็นเหตุเพลิงไหม้วุ่นวายล่ะก็ ถึงจะเป็นความประมาทของนักเรียน ตำรวจก็ต้องแทรกแซงเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้จากความเป็นไปที่จะเป็นการวางเพลิงเล็งโจมตีโรงเรียน
เดิมทีนั่นน่าจะเป็นอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีอิสระของโรงเรียนดัง
ทว่าเอกลักษณ์เฉพาะของโรงเรียนคิโยมิยะในตอนนี้คืออิสระ ในเรื่องการจัดงานที่มีการพึ่งพาตัวเองของนักเรียนเป็นพื้นฐานนั้นได้รับการสนับสนุนด้วยซ้ำไป
ในบรรดางานพวกนั้นก็ไม่เคยมีคดีใหญ่เกิดขึ้น แถมการเปิดกว้างจะเป็นการให้ทางฝั่งนักเรียนควบคุมตัวเองได้โดยไม่ต้องมีใครมาบอกด้วยซ้ำ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น