Natsu no Iro no Nostalgia

posted on 9/10/2560 12:36:00 หลังเที่ยง by VermillionEnd Categories:
เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 ที่ http://vermillionend.exteen.com


  สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งตอนต้นเดือน ตอนนี้ผมเปิดเทอมแล้วล่ะครับ เทอมนี้เรียนไม่หนักเท่าเทอมที่แล้ว(แต่ก็มีการบ้านเยอะแทน) น่าจะมีเวลาทำอะไรหลายๆอย่างได้ครับ ตอนนี้กำลังเล่น Tokeijikake no Leyline ภาคสุดท้ายอยู่ ในที่สุดภาคจบของเกมไตรภาคที่รอคอยมานานก็วางจำหน่ายซะที

  Visaul Novel ที่นำมาให้ดูวันนี้เป็น Visual Novel ของค่าย Moonstone ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อ วันก่อน เป็นเกม Natsu no Iro no Nostalgia ครับ เกมนี้ตัวเอกมีน้องสาวฝาแฝดที่รักพี่ชายมาก แล้วทั้งคู่ก็กลับมายังเมืองชนบทที่เคยอาศัยอยู่ในอดีตด้วยกัน…… พอมองดูปัจจัยต่างๆของเกมนี้แล้ว ตัวเอกมีพลังพิเศษมีน้องสาวชนบทฤดูร้อนทุ่งทานตะวัน ให้บรรยากาศคล้ายๆเกม Natsuzora no Perseus ยังไงไม่รู้แฮะ โดยเฉพาะคำอธิบายตัวละครน้องสาวที่บอกว่า ทั้งๆที่ถ้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองได้ตลอดไปก็ดีแล้วแท้ๆ……” พอเห็นคำนี้ก็ชวนให้นึกถึงคุณน้องโทโนะ เร็นขึ้นมาทันที เพราะแบบนั้นผมก็เลยสนใจเกมนี้ครับ

นอกจากน้องสาวกับบรรยากาศในเกมแล้วก็ถูกใจ OP Movie  ของเกมนี้อยู่พอตัว



夏の色のノスタルジア
Natsu no Iro no Nostalgia
หวนรำลึกถึงสีแห่งฤดูร้อน





คำเตือน : เกิน 25% เป็นการดำน้ำ
แปลมาจาก Official Web Site (Moonstone)

ที่นี่คือเอเดน(สรวงสวรรค์)แห่งฤดูร้อนนั้น---------หรือว่าคือลาบรินธ์(เขาวงกต)แห่งหัวใจ





เมื่อฟื้นขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ โอริคุจิ เรียวโตะก็มองเห็นโลกเป็นสี

ด้วยสถานการณ์ทางบ้านของป้าที่ไปขออาศัยอยู่ด้วย เรียวโตะกับมิอุผู้เป็นน้องสาวจึงต้องกลับมายัง เมืองไฮสึจิ” บ้านเกิดที่ไม่ได้กลับมา 3 ปี
แล้วในช่วงเวลาครึ่งๆกลางๆที่เรียกว่าเดือนพฤษภาคม ก็จะย้ายไปเข้าโรงเรียนฮิมาวาริ

ว้าว------นี่มันอะไรกันน่ะ

ฤดูกาลคือเดือนพฤษภาคม
แม้ว่าจะเร็วเกินไป แต่ในทุ่งทานตะวันที่กลายเป็นที่มาของชื่อเรียกโรงเรียนนั้นก็มีทานตะวันดอกใหญ่บานสะพรั่ง

 “นี่------รู้รึเปล่า ?”

ว่ากันว่าทานตะวันหลงฤดูจะนำพาโชคดีมาสู่นักเรียนนะ

แต่ในชั้นเรียนกลับเงียบสงบ ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับโชคดีที่ไม่คาดฝันหรืออะไร
เรียวโตะไม่สามารถรับรู้สีอะไรได้จากพวกเขาเลย


การพบกันอีกครั้งในรอบ 3 ปีกับเหล่าเด็กผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยสนิทกัน
โดยมีโรงเรียนที่อยู่ในที่ห่างไกลเป็นฉาก เวลาอันแสนสงบสุขด้วยกันกับพวกเพื่อนๆก็ค่อยๆไหลไป
ทุกคนคิดว่าชีวิตแบบนั้นเป็นสิ่งที่จะมีต่อไปเรื่อยตลอดไป
ใช่แล้ว……เป็นนิรันดร์


ในฤดูร้อนเมื่อสามปีก่อน กลุ่มเพื่อนสนิทได้แตกกระจาย
ในตอนที่เก็บรวบรวมเศษเสี้ยวที่แตกกระจายขึ้นมาทีละส่วนๆนั้น------
เรียวโตะก็จะได้สัมผัสกับความมืดที่เหล่าเด็กสาวผู้จิตใจแตกร้าวแบกรับไว้ แล้วก็ความรัก




Stage


โรงเรียนฮิมาวาริ
โรงเรียนที่จะกลายเป็นฉากของเรื่อง ไม่ได้มีกฎบังคับให้อยู่หอพัก แต่ก็มีหอพักนักเรียนอยู่
ด้วยเรื่องที่พ่อแม่จากโลกนี้ไปแล้วด้วย ตัวเอกกับมิอุผู้เป็นน้องสาวจึงตัดสินใจอาศัยอยู่ในหอพัก
ชื่อโรงเรียนฮิมาวารินั้นเป็นชื่อเรียก ไม่ใช่ชื่ออย่างเป็นทางการ มีที่มาจากการที่มีทุ่งทานตะวันขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ
เป็นอาคารเรียนไม้เก่าๆก็จริง แต่ในทางกลับกัน เนื่องจากบรรยากาศดีจึงได้รับความนิยม





ทุ่งทานตะวัน
ทุ่งทานตะวันซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกโรงเรียน
ดูเหมือนว่านานๆทีดอกทานตะวันจะบานหลงฤดู ในปีนั้นโชคดีจะมาเยือนเหล่านักเรียนของโรงเรียน……มีตำนานเล่าต่อกันมาว่าแบบนั้น

ในปีนี้ดอกไม้หลงฤดูกำลังบานสะพรั่งอยู่อย่างงดงาม





หอพัก
หอพักที่พวกตัวเอกจะเข้าไปอยู่
ต่างจากอาคารเรียนที่สร้างด้วยไม้และให้บรรยากาศ ทางนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการอาศัยอยู่




Character

โอริคุจิ เรียวโตะ
折口 諒人

นักเรียนปีสอง


ตัวเอกของเรื่อง
ในวัยเด็กได้สูญเสียพ่อแม่ไปเพราะอุบัติเหตุ
เรียวโตะเองก็บาดเจ็บเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นด้วย  แล้วนั่นก็เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ความสามารถประหลาดปรากฏขึ้นมา
นั่นคือการมองเห็นความรู้สึกของมนุษย์เป็นสี
ความสุขคืออำพัน ความเศร้าคือแซฟไฟร์ ความโกรธคือทับทิม และความรู้สึกชอบคือมรกต
เรียวโตะสามารถมองเห็นความรู้สึกของมนุษย์เป็นสีที่ส่องประกายราวกับอัญมณีได้
ขอแค่ไม่นับเรื่องนั้นก็จะเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดีที่ธรรมดามากๆ
มีน้องสาวฝาแฝดอยู่





มานัตซึรุ มิซากิ
真鶴 みさき

ชั้นปี      : นักเรียนปีสอง
ส่วนสูง  : 158 เซนติเมตร
สัดส่วน : 86/59/85


สมาชิกคนหนึ่งของ กลุ่ม
ตอนเด็กสนิทกัน แต่หลังๆมานี้ได้ห่างเหินกันไป
ด้วยเรื่องที่พวกตัวเอกกลับบ้านเกิดหลังจากที่ไม่ได้กลับมา 3 ปี จึงได้พบกันอีกครั้ง
ใบหน้าอันงดงามที่ดูสง่างามนั้นดึงดูดสายตาผู้คน แต่อาจเป็นเพราะแววตาน่ากลัว เลยดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกเด็กผู้ชายทักเท่าไร
สายตาไม่ดี เลยมีนิสัยชอบหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่ว่านิสัยไม่ดีแต่อย่างใด
ดูเหมือนจะไม่ชอบทั้งแว่นตาและคอนแทคเลนส์ เลยพยายามด้วยตาเปล่ามาจนถึงตอนนี้
ฝึกเคนโด้ต่อมาเรื่อยๆที่ชมรม และค่อนข้างมีฝีมือพอตัว
รักความยุติธรรม




ชินโจจิ อายาเนะ
真乗寺 文音

ชั้นปี      : นักเรียนปีสาม
ส่วนสูง  : 160 เซนติเมตร
สัดส่วน : 88/61/90


สมาชิกคนหนึ่งของ กลุ่ม
มีอายุมากกว่าปีนึง และเป็นคนเงียบๆเรียบร้อย
ถ้าพูดให้ดูดีคือเป็นคนใจกว้าง แต่ก็มีจุดที่รั่วนิดหน่อยอยู่ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากมีนิสัยร่าเริง ทำให้เป็นที่รักของในกลุ่มเหมือนเป็นพี่สาวแท้ๆ
กับตัวเอกนั้นบ้านอยู่ใกล้กัน เลยสนิทกันในฐานะเพื่อนสมัยเด็กมาตั้งแต่ก่อนที่จะรวมกันเป็นกลุ่ม
สำหรับตัวเอกแล้วคือคนที่หลงใหลว่าเป็นพี่สาวผู้งดงามที่อายุมากกว่า
ไม่รู้ทำไมถึงได้ทำงานเป็นเมดอยู่ที่บ้านคุณโชวโกะ
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เพื่อเงินหรืออะไรทำนองนั้น แต่รายละเอียดยังคงเป็นปริศนา
นอกจากหุ่นดีแล้ว ชุดเมดยังยั่วยวนนิดหน่อยด้วย ทำให้สำหรับตัวเอกแล้วรู้สึกลำบากใจเวลามอง




โอริคุจิ มิอุ
折口 美羽

ชั้นปี      : นักเรียนปีสอง
ส่วนสูง  : 156 เซนติเมตร
สัดส่วน : 84/57/85


น้องสาวฝาแฝดของตัวเอก
อายุเท่ากัน ทำให้ปกติจะเรียกตัวเอกด้วยชื่อ แต่อย่างเวลาอยากอ้อนจะเรียกว่า พี่จ๋า
แล้วเนื่องจากไม่มีความสามารถในการใช้ชีวิต เลยเอาแต่พึ่งพาพี่ชายเป็นปกติ
อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่ใกล้กันเกินไป กับพี่ชายนั้นก็เลยเปิดเผยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
ด้วยเรื่องที่ตอนนี้เป็นครอบครัวที่มีกันแค่สองคนด้วย เลยให้ความสำคัญกับพี่ชายเหนือสิ่งอื่นใด
ทั้งๆที่ถ้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองได้ตลอดไปก็ดีแล้วแท้ๆ……” โอบอุ้มความรู้สึกแบบนั้นที่เหมือนจะเกินเลยพี่น้องไว้อยู่
รูปร่างหน้าตานั้นงดงามโดดเด่นมาก เลยเนื้อหอมมาก แต่ดูเหมือนจะไม่สนใจผู้ชายเลยแม้แต่น้อย




มานิวะ โชวโกะ
摩庭 祥子

ชั้นปี      : นักเรียนปีสอง
ส่วนสูง  : 152 เซนติเมตร
สัดส่วน : 81/55/80


สมาชิกคนหนึ่งของ กลุ่ม
มีนิสัยที่ไม่อาจเข้าใจได้ และอาจเป็นเพราะเหตุนั้น ตอนเด็กเลยมักจะถูกรอบข้างรังแกอยู่บ่อยๆ
ทว่า เรื่องนั้นเองก็กลับมีท่าทางที่ให้ความรู้สึกว่าไม่ควรค่าแก่การแกล้งเลยแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่ค่อยแสดงท่าทีเป็นกังวลออกมาให้เห็นเท่าไรด้วย
เป็นสาวงามผู้ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา และถ้าอยู่เงียบๆจะดูราวกับเป็นตุ๊กตาจริงๆ
(และในความเป็นจริงก็มักจะเงียบอยู่บ่อยๆด้วยเช่นกัน)
ชอบกระต่าย และมักจะอุ้มตุ๊กตากระต่ายอยู่บ่อยๆ
ที่โรงเรียนเองก็สังกัดอยู่ชมรมเลี้ยงสัตว์
คิดว่าแม่ที่กำลังป่วยอยู่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น