Day 1 Inversion Impulse I (Part 6)

posted on 4/29/2561 01:28:00 ก่อนเที่ยง by VermillionEnd Categories:
เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 ที่ http://vermillionend.exteen.com
เนื่องจากเป็นงานแปลชิ้นแรกในชีวิต ถ้าจะอ่านขอให้ทำใจกับสำนวนและความถูกต้องของภาษาไว้ได้เลย


Music: play track 1


จากการนำทางของหญิงสาว, ผมมุ่งหน้าไปสู่ห้องนั่งเล่น

-----ราวกับว่าผมเพิ่งเคยเห็นมันเป็นครั้งแรก

ไม่รู้ว่าผมลืมไปแล้วว่ามันเป็นยังไงในแปดปีที่ผ่านมา หรือเป็นเพราะว่ามีการจัดห้องใหม่
อย่างไรก็ตาม, ตอนนี้มันรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านของคนอื่น และนั่นทำให้ผมจิตใจไม่สงบ

"ชั้นพาท่านชิกิมาแล้วค่ะ"
"ดีมาก เธอจะกลับไปที่ห้องครัวก็ได้นะ, โคฮาคุ"
"ขอบคุณค่ะ"
ดูเหมือนว่าเมดคนนั้นจะชื่อโคฮาคุ
โคฮาคุซังโค้งให้ผมเล็กน้อย, เป็นการบอกลา, และเธอได้ออกจากห้องนั่งเล่นไป
ทำให้ในห้องเหลือผม, และ—เด็กสาวสองคนที่ผมไม่รู้จัก




"มันเป็นเวลานานมากเลยนะคะ, พี่"
สาวน้อยผู้ที่มีผมดำยาวและแววตาเฉียบคมพูดขึ้น

...... ความคิดทั้งหมดของผมหยุดลงในทันที
หัวผมกำลังว่างเปล่า, ผมนึกคำทักทายอะไรไม่ออก ทั้งหมดที่ผมสามารถทำได้คือพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า "อือ"

...... ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้
อากิฮะคนนี้ที่ผมไม่ได้เจอมาตลอดแปดปีที่ผ่านมา ไม่ใช่อากิฮะที่อยู่ในความทรงจำของผม เธอได้กลายเป็นคุณหญิงผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลที่มีชื่อเสียงไปอย่างสมบูรณ์แบบ

"พี่คะ?"
สาวน้อยผมดำเอียงหัวเล็กน้อย

"อะ... เอ่อ"
เป็นเรื่องน่าสมเพช, ตอนนี้สิ่งที่ผมพูดออกมาได้มีแค่เสียงแบบนั้นเท่านั้น
พอผมพยายามคิดว่าสาวน้อยเบื้องหน้าของผมคืออากิฮะ หัวผมก็หมุนไปมาเหมือนกำลังตีลังกาอยู่, แต่ดูเหมือนอากิฮะจะจำผมในฐานะพี่ชายได้แล้ว

"พี่ดูไม่ค่อยดีเลย พักก่อนแล้วค่อยมาคุยกันทีหลังดีไหมคะ?"
อากิฮะได้ใช้แววตาอันเฉียบคมมองมาที่ผม
...... เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ใช่ไหม ว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่?




".....ไม่ พี่ไม่เป็นไร พี่แค่แปลกใจนิดหน่อยกับเรื่องที่เธอเปลี่ยนไปมาก อากิฮะ"
"ผ่านไปตั้งแปดปีแล้วก็ต้องเปลี่ยนไปสิคะ,พี่ พวกเราอยู่ในวัยของการเปลี่ยนแปลง หรือพี่คิดว่าเราต้องอยู่อย่างที่เคยเป็นตลอดไปคะ? "

.....มันคืออะไร? .....ทำไมผมรู้สึกได้ถึงหนามอันแหลมคมในคำพูดของอากิฮะ

"เปล่า, เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ,อากิฮะ เธอสวยกว่าเมื่อก่อนอีก"
นั่นไม่ใช่คำเยินยอ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

---และแล้ว
"ก็จริงค่ะ แต่ในทางกลับกันพี่ก็ดูไม่เปลี่ยนไปเท่าไรเลย "
อากิฮะตอบอย่างเย็นชา, เธอหลับตาลง

"......"
...... อืม, ผมเตรียมใจไว้แล้วสำหรับเรื่องแบบนี้
เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ ดูเหมือนว่าอากิฮะจะรู้สึกไม่ดีกับผม

"ถ้าพี่ยังสบายดี, คุยกันให้เสร็จเถอะค่ะ พี่ยังไม่ได้ฟังเลยว่าทำไมพี่ถึงได้ถูกเรียกกลับมาที่นี่, ใช่ไหมคะพี่?"
"พี่ยังไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจาก 'กลับมาที่คฤหาสน์ซะ' แม้พี่จะรู้ข่าวว่าพ่อได้จากไปแล้วจากในหนังสือพิมพ์ก็ตามที"




….. ถ้าประธานของบริษัทใหญ่เสียชีวิต, มันจะต้องเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างแน่นอน
ข่าวการตายของโทวโนะ มากิฮิสะได้ไปถึงมือลูกชายของเขา,โทวโนะ ชิกิ โดยผ่านทางหนังสือพิมพ์ ในช่วงหลังจากพิธีศพ
ถึงแม้ว่าพวกญาติๆ จะไม่ได้บอกเขา, แต่ลูกชายที่ถูกตัดสัมพันธ์ไปแล้วคนนี้ยังสามารถทราบข่าวการตายของพ่อเขาเองได้เป็นธรรมดา เพียงแค่ซื้อหนังสือพิมพ์ราคาหนึ่งร้อยเยนเท่านั้น
มันอาจจะเป็นคำพูดเยาะเย้ยของผมก็ได้ แต่โลกนีได้กลายเป็นสถานทิ่อันแสนสะดวกสบายไปแล้ว

"...... หนูขอโทษ เป็นความผิดของหนูเองที่พี่ไม่ได้ทราบข่าวการตายของพ่อ"
อากิฮะก้มหัวลงอย่างเงียบๆ

"ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่ว่าพ่อจะฟื้นกลับมาจากความตายได้ซะหน่อยถ้าพี่ไป มันไม่ควรเป็นเรื่องที่เธอต้องมากังวลเลย"
"...... หนูขอโทษ แต่หนูค่อนข้างสบายใจที่ได้ยินพี่พูดแบบนี้"
ใบหน้าของอากฮะดูเครียด, แต่เรื่องที่เธอพูดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมสนใจมากนัก

พิธีฝังศพเป็นพีธีสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทิ้งความรู้สึกเสียใจแก่ผู้ตายไปได้ สำหรับคนอย่างผมที่ตัดความสัมพันธ์แบบนั้นไปนานแล้ว, มันไม่จำเป็นเลย"


"การที่พี่ถูกเรียกกลับมาที่นี่มันเป็นความคิดของหนูเอง มันคงจะดูแปลกถ้าลูกคนโตของตระกูลโทวโนะถูกฝากให้ตระกูลอาริมะเลี้ยงตลอดไป

ตอนนี้คุณพ่อได้เสียไปแล้ว, คนที่เป็นสายเลือดของตระกูลโทวโนะก็มีแค่พี่กับหนู หนูไม่รู้ว่าพ่อคิดยังไงตอนพ่อฝากพี่ไว้กับบ้านอาริมะ, แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว, ดังนั้นมันคงไม่จำเป็นแล้วที่พี่ต้องอยู่ที่บ้านอาริมะ นั่นคือเหตุผลที่หนูให้พี่กลับมาที่นี่ค่ะ"

"...... นั่นก็ดีนะ, แต่พี่ค่อนข้างแปลกใจที่เธอทำให้พวกญาติๆ เห็นด้วยกับเรื่องนี้ได้ ไม่ใช่ว่าพวกนั้นเป็นพวกที่ออกความเห็นให้ฝากพี่ไว้กับบ้านอาริมะในตอนแรกหรอกเหรอ?"

"มันคงเป็นแบบนั้น, แต่ตอนนี้หนูเป็นหัวหน้าตระกูลโทวโนะแล้ว หนูไม่สนใจคำทักท้วงจากพวกญาติๆ หรอกค่ะ
หนูอยากให้พี่อยู่ที่นี่ต่อ, แต่ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่มีกฎเกณฑ์ พี่คงจะต้องเลิกใช้ชีวิตอย่างสบายๆ แบบที่พี่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้"




"ฮะๆ พี่ว่ามันคงจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ, อากิฮะ มันไม่มีทางที่พี่จะกลับไปเป็นสุภาพบุรุษผู้ดีอีกแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากจะเป็นน่ะ"
"หนูจะไม่ขออะไรพี่มากไปกว่านี้อีกแล้วนอกจากให้พี่ลองทำดู --- หรือพี่จะพูดว่าพี่ไม่สามารถทำในสิ่งที่หนูทำอยู่ได้? "
อากิฮะมองมาที่ผมอย่างเย็นชา
มันเหมือนกับว่าผมถูกเธอตีด้วยความแค้นที่ผมทิ้งเธอไว้ที่นี่ตลอดแปดปีที่ผ่านมา

"...... ไม่เป็นไร พี่เข้าใจแล้ว พี่จะลองพยายามให้ดีที่สุด"
อากิฮะจ้องมาที่ผม, ราวกับว่าเธอไม่เชื่อในตัวผมเลย

"พี่ไม่ต้องลองพยายามหรอก, ตราบใดที่พี่ทำมันออกมาได้ดี"
ท่าทางของเธอดูสง่าผ่าเผย, คำพูดของเธอไร้ซึ่งความเมตตา

"กลับไปเข้าเรื่องกันต่อเถอะค่ะ ตอนนี้, คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็มีแค่พี่กับหนูเท่านั้น หนูไม่กังวลเรื่องที่จะต้องมีคนจำนวนมากอยู่ที่นี่หรอกค่ะ, ดังนั้นหนูเลยไล่ทุกคนออกไป"
"เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อน,อากิฮะ เธอไล่ทุกคนออกไปเหรอ?"
"พี่คงไม่อยากเจอญาติๆ ของเราในคฤหาสน์หลังนี้ใช่ไหมล่ะคะ,หรือว่าอยากจะเจอล่ะคะ,พี่? หนูไล่คนใช้ออกไปเกือบหมด, แต่คงเหลือพอสำหรับพี่กับหนู, ดังนั้นมันคงไม่มีปัญหาอะไร"

"เดี๋ยว, 'ไม่มีปัญหา'เหรอ เธอจะโดนเล่นงานในงานรวมญาตินะ ถ้าเธอทำอะไรแบบนั้น!"

"กรุณาเงียบก่อนค่ะ แทนที่จะให้คฤหาสน์มีคนเยอะๆ, พี่จะไม่สบายใจกว่าเหรอถ้าพวกเราอยู่กันแค่สองคน?"

...... อึก
อืม, มันเป็นความจริงที่ผมรู้สึกสบายใจ, แต่ว่า...




"แต่เธอเพิ่งเป็นหัวหน้าตระกูลได้ไม่นานเองนะ,อากิฮะ ถ้าเธอใช้อำนาจของเธอในทางที่ผิดอย่างไม่ฟังความเห็นคนอื่นเลยแบบนี้, ญาติๆของพวกเราคงจะไม่อยู่เฉยๆแน่ แม้แต่พ่อยังไม่โต้แย้งความเห็นของพวกนั้นเลยนะ"
"ก็จริงค่ะ นั่นคือเหตุผลที่ทำไมพ่อถึงได้ฝากพี่ไว้กับบ้านอาริมะ แต่ในทางกลับกันแล้ว, หนู, ไม่ชอบหน้าพวกนั้นตั้งมาแต่เด็กแล้ว หนูจะไม่ทนกับเสียงบ่นคร่ำครวญของพวกนั้นอีกแล้วล่ะค่ะ"
"'จะไม่ทนกับ'... งั้นเหรอ ดูก่อน,อากิฮะ---"
"อา, พอแล้วค่ะ! ฟังนะ! พี่ไม่ต้องมาเป็นห่วงเรื่องหนูของหรอก! พี่ควรที่จะกังวลเรื่องชีวิตของพี่เองนับจากนี้ไปมากกว่า หนูรู้ว่ามันต้องลำบากแน่นอนในหลายๆ เรื่องสำหรับพี่"
อากิฮะพูดด้วยความขุ่นเคือง, เธอมองไปทางอื่นเล็กน้อย




"ตอนนี้, ถ้าพี่มีอะไรไม่เข้าใจ ถามเธอ---ฮิซุยได้เลยนะคะ"
เธอมองไปยังเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเธอ
เด็กสาวที่ถูกเรียกว่าฮิซุยโค้งให้อย่างไร้ความรู้สึก

"เธอชื่อว่าฮิซุย, จากนี้ไปเธอจะเป็นเมดส่วนตัวของพี่ ตกลงไหมคะ? "

-----------เอ๊ะ?

"เดี๋ยวก่อน... เมดส่วนตัว? เธอหมายความว่า...? "
"พูดอีกอย่างก็คือ, เธอเป็นคนรับใช้ของพี่ค่ะ"
อากิฮะพูด, ราวกับว่ามันเป็นที่เรื่องแจ่มแจ้งอยู่แล้ว

...... ผมไม่อยากจะเชื่อ
เข้ากับบรรยากาศสไตล์ตะวันตกของบ้าน, เด็กผู้หญิงใส่ชุดเมดยืนอยู่ที่นี่เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องทำแบบนั้น
 
"--เดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใช่เด็กแล้ว, เธอก็รู้นี่ พี่ไม่ต้องการคนใช้หรอก พี่ดูแลตัวเองได้"
"เรื่องนั้นรวมไปถึงทำกับข้าวกับซักผ้าด้วยรึคะ?"
อัก
อากิฮะเฉียบคมมากที่มองเรื่องแบบนี้ออก

"ไม่ว่ายังไงก็ตาม, ตอนนี้พี่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้แล้ว พี่ต้องทำตามที่หนูแนะนำ หนูไม่รู้หรอกว่าพี่อยู่ที่บ้านอาริมะยังไง, แต่ตอนนี้พี่มาอยู่ที่บ้านโทวโนะแล้ว ช่วยรับทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูมอบให้ด้วยค่ะ"
"อึก..."
ผมพูดอะไรไม่ออกเลย, และผมมองไปยังฮิซุย
อย่างที่คิดไว้, เธอมองกลับมาที่ผมอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับตุ๊กตา

"ถ้าอย่างนั้น, ฮิซุย ช่วยพาพี่ไปที่ห้องของเขาที"

"ทราบแล้วค่ะ,นายหญิง"
ฮิซุยเข้ามาใกล้ผมราวกับว่าเป็นเงาที่ไม่มีตัวตนอยู่

"ฉันจะพาท่านไปยังห้องค่ะ, ท่านชิกิ"
ฮิซุยมุ่งหน้าไปทางห้องรับแขก
พร้อมกับถอนหายใจ ผมได้มุ่งหน้าไปที่ห้องรับแขกเช่นกัน




พวกเราเข้าไปในห้องรับแขก
คฤหาสน์หลังนี้แบ่งเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก, โดยมีห้องรับแขกอยู่ตรงกลาง
ห้องรับแขกเปรียบเสมือนตัวนกที่มีปีกทั้งสองเป็นระเบียงทางเดินยาวต่อเนื่องไปยังทางตะวันออกและตะวันตก
ความยาวของแต่ละฝั่งมีขนาดพอๆ กับโรงพยาบาลขนาดย่อม
ผมจำได้ว่าบ้านหลังนี้ถูกสร้างให้มีสัดส่วนเท่ากันพอดี, ดังนั้นทั้งปีกตะวันออกและปีกตะวันตกจึงมีพื้นที่เท่ากัน

"ห้องของท่านอยู่ทางนี้ค่ะ, ท่านชิกิ"
ฮิซุยเดินขึ้นไปบนบันได
ดูเหมือนห้องของผมจะอยู่บนชั้นสอง

...... พอมาคิดดูแล้ว, ห้องคนรับใช้น่าจะอยู่บนชั้นหนึ่งที่ปีกตะวันตก, ดังนั้น นั่นคงเป็นที่ๆ มีห้องของฮิซุยกับโคฮาคุซังอยู่




ด้านนอก, ดวงตะวันได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว
สาวน้อยในชุดเมดได้เดินไปตามทางเดินมืดๆ ที่มีแสงสลัวๆ โดยไม่พูดอะไรเลยซักคำ

"..... มันรู้สึกเหมือนอยู่ในดินแดนมหัศจรรย์เลยแฮะ"
โดยไม่ทันได้คิด ผมพูดสิ่งที่อยู่ในความคิดของผมออกมา

"พูดอะไรรึเปล่าคะ, ท่านชิกิ"
"เปล่า, ผมกำลังพูดกับตัวเองน่ะ อย่าไปสนใจเลย
"........."
หลังจากมองมาที่ผม, ฮิซุยก็โค้งแล้วเริ่มเดินต่ออีกครั้ง




"….."
ผมคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า 'พูดไม่ออก'
ห้องที่ฮิซุยพาผมมาไม่ใช่ห้องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ เข้าไปอยู่

"...... นี่คือห้องของผมเหรอ?"

"ใช่ค่ะ ถ้าท่านไม่พอใจกับมัน, ฉันสามารถหาห้องอื่นให้ท่านได้นะคะ "
"ไม่หรอก, มันคงไม่มีทางที่ผมจะไม่พอใจ ห้องนี้มัน--"

มันค่อนข้างจะ... --ไม่, มันไม่ธรรมดาเป็นอย่างมากสำหรับผม

 "ท่านชิกิ?"
"---ไม่เป็นไร ผมดีใจมากที่ได้ใช้ห้องนี้"

"ใช่ค่ะ ห้องนี้ไม่ได้ถูกใช้มาตั้งแต่แปดปีก่อนแล้ว, ดังนั้นฉันไม่เชื่อว่ามันจะมีอะไรที่ทำให้ท่านไม่พอใจ"
"--?"
มันแปลกเล็กน้อยที่ฮิซุยพูดแบบนั้น
ราวกับเธอจะบอกว่าห้องนี้เคยเป็นห้องของผมมาก่อน

"...... นี่ เป็นไปได้ไหมที่ห้องนี้เคยเป็นห้องของผมมาก่อน?"

"นั่นเป็นสิ่งที่ฉันได้ยินมาค่ะ ฉันเข้าใจผิดไปหรือคะ?"
ฮิซุยเอียงหัวไปด้านข้างเล็กน้อย

...... ผมรู้สึกสบายใจ
ในที่สุดเธอแสดงความรู้สึกออกมาซะที




"….. อืม มันคงเป็นแบบนั้น, ตอนที่เธอพูดถึงมัน ผมจำมันได้ลางๆ ดังนั้นมันก็คงจะเป็นแบบนั้น"

ผมไม่รู้สึกถึงความคุ้นเคยจากที่นี่เลย, แต่ผมคิดว่ามันคงเป็นเพราะผมได้จากที่นี่ไปแปดปีแล้ว

"ผมคงอยู่ในห้องนี้อย่างสบายใจไม่ได้จริงๆ นั่นล่ะ เพราะผมอาศัยอยู่ในห้องขนาดหกเสื่อครึ่งจนถึงเมื่อเช้า มันดูราวกับว่าผมกำลังอยู่ในห้องไฮคลาสของโรงแรม"
"ฉันเข้าใจค่ะว่าท่านรู้สึกยังไง, แต่กรุณาลองใช้มันก่อนนะคะ จากวันนี้ไปท่านคือลูกชายคนโตของตระกูลโทวโนะนะคะ,ท่านชิกิ"
"เธอพูดถูก ผมจะต้องพยายามให้ดีที่สุด ดังนั้นผมจะพยายามทำเหมือนมาค้างนอกบ้านละกัน"
ผมวางกระเป๋าลงและยืดหลัง

---ผมรู้สึกกดดันเล็กน้อยกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในวันนี้, แต่ผมคิดว่าผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากพยายามปรับตัวเองให้ชินตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

"ท่านชิกิ, พัสดุของท่านทั้งหมดได้ถูกนำมาไว้ที่ห้องนี้แล้ว ยังมีอะไรที่ท่านต้องการอีกไหมคะ?"
"---ไม่, ไม่จริงๆนั่นล่ะ เธอถามทำไมเหรอ?"
"...... ของที่ถูกส่งมามีเพียงนิดเดียว ถ้ามีอะไรที่ท่านต้องการ, ฉันสามารถเตรียมมันให้ได้, ดังนั้นอย่าเกรงใจที่จะถามเลยค่ะ




"….. เข้าใจแล้ว ไม่ล่ะ, ตอนนี้ผมไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ผมไม่ได้มีของอะไรมากมายมาตั้งแต่แรก ของที่ผมเอามาก็มีกระเป๋าอันนี้ แว่นตานี้ แล้วก็... "
หนังสือเรียนในกระเป๋าของผม, และริบบิ้นสีขาวที่ไม่ปรากฎเจ้าของ นั่นคือทั้งหมด-----



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น