แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hisui แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hisui แสดงบทความทั้งหมด

Tsukihime คืออะไร

posted on 4/30/2567 07:57:00 PM by VermillionEnd Categories:

 เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2012 ที่ http://vermillionend.exteen.com



  Tsukihime คือ Visual Novel (18+) ที่ค่าย Type-Moon สร้างขึ้นมา, Tsukihime เป็นผลงานที่สร้างตำนานให้ค่าย Type-Moon ดังเป็นพลุแตกเพราะความสนุกของเนื้อเรื่อง ถ้าเทียบกับ Visual Novel สมัยปัจจุบันถึงแม้ว่าภาพจะไม่สวยเทียบเท่าและไม่มีเสียงพากย์ แต่เนื้อเรื่องนั้นกินขาดหลายๆเกมมาแล้วและยังสร้างความนิยมมาได้จนถึงปัจจุบัน


ชื่อเกม                 : Tsukihime
ชื่อภาษาอังกฤษ : Blue Blue Glass Moon, Under The Crimson Air
วางจำหน่ายเมื่อ  : 24 ธันวาคม ค.ศ. 1999 (ตัว DEMO)
                          11 สิงหาคม ค.ศ. 2000 (ตัวเต็ม)


เรื่องย่อ

  เมื่อแปดปีก่อน โทโนะ ชิกิ ลูกชายคนโตของตระกูลโทโนะได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดที่น่าจะตายไปแล้ว แต่ก็รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เพราะเขาได้ไปอยู่ใกล้ชิดกับความตายนานเกินไป ทำให้เขาสามารถมองเห็น "เส้นแห่งความตาย" ที่ปรากฏอยู่ตามสิ่งต่างๆได้ และเมื่อเขาลากของมีคมผ่านตามเส้นของสิ่งใด สิ่งจะถูกตัดออกตามรอยเส้นได้อย่างง่ายดาย ชิกิหวาดกลัวในพลังของเขามากและกำลังจะเป็นบ้าไป แต่เขาก็ได้ผู้หญิงคนหนึ่งช่วยเขาไว้ เธอได้มอบแว่นตาลงอาคมที่ทำให้เขาไม่ต้องมองเห็นเส้นให้กับเขา

  จากอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งนั้นทำให้ชิกิเป็นโรคโลหิตจาง และพ่อของเขาที่เป็นหัวหน้าตระกูลโทโนะก็ได้ไล่เขาออกจากบ้านไปอยู่กับตระกูลสาขาด้วยเหตุผลว่า "คนใกล้ตายไม่สามารถเป็นผู้สืบทอดตระกูลได้" และได้วางแผนให้น้องสาวของเขา อากิฮะ เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทน

  และตอนนี้ได้ผ่านไปแปดปีแล้ว โทโนะ ชิกิใช้ชีวิต ม.ปลายของเขาอย่างเรียบง่ายธรรมดาๆอยู่กับครอบครับที่เป็นตระกูลสาขา แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีข้อความมาจากตระกูลโทโนะส่งมาหาเขาว่า "กลับมาที่คฤหาสน์โทโนะซะ"


อนิเมะ

เรื่องนี้ไม่เคยมีอนิเมะครับ!

ความจริงมีอนิเมะอยู่ชื่อว่า Shingetsutan Tsukihime โดยที่ทีมงาน  JC Staff เป็นคนทำแต่เนื่องจากภาพไม่สวย อธิบายไม่ชัดเจน ฉากแต่ละฉากจืดสนิท และคาแรคเตอร์ตัวละครต่างไปจากต้นแบบทำให้แฟนๆ ของเรื่องนี้ไม่ยอมรับว่ามันมีอนิเมะ


การ์ตูน

  การ์ตูนใช้ชื่อว่า Shingetsutan Tsukihime มีทั้งหมด 10 เล่มจบ ซึ่งอ่านแล้วสนุกได้อารมณ์มาก (จนไม่อยากเชื่อว่ามันคือเรื่องเดียวกันกับอนิเมะ), มีลิขสิทธิ์ในไทยแล้วเป็นของ SIC โดยใช้ชื่อว่า นัยน์ตามรณะ พันธะสัญญาเลือด (แถมสำนักพิมพ์พี่แกเล่นใช้กระดาษถนอมสายตาพิมพ์เลย)


เกมเวอร์ชันภาษาอังกฤษ

  มี Patch ภาษาอังกฤษของค่าย Mirror Moon, สำนวนการแปลดี อ่านแล้วไม่ติดขัดเท่าไร แถมพอลง Patch ภาษาอังกฤษแล้วยังสามารถเลือกไม่ลง CG 18+ ได้อีกด้วย



คุณภาพของภาพจัดว่าสวยถ้าเอาไปเทียบกับเกมอื่นๆ สมัยนั้น



Near Side และ Far Side

จันทร์ด้านใกล้และจันทร์ด้านไกล

  Tsukihime ฉบับเกมถูกแบ่งเป็น Near Side Route และ Far Side Route โดย Near Side จะเน้นพวกฉากบู๊ส่วน Far Side จะเน้นถึงความสัมพันธ์ในตระกูลโทวโนะและมีการเฉลยปริศนาต่างๆ ที่ยังเฉลยไม่ครบใน Near Side, การจะไปเล่น Far Side ได้นั้นต้องเล่น Near Side จบอย่างน้อย 1 รูทก่อน


ภาพเข้าเกมปกติ (เห็นดวงจันทร์ชัดเจน)



นางเอกของด้าน Near Side

ไล่จากซ้ายไปขวา : อัลเควต บรูนสตัด, ซิเอล

 

ในฉบับการ์ตูนและอนิเมะจะนำเนื้อเรื่องฝั่ง Near Side มาทำ และมีการสอดแทรกอะไรเล็กน้อยจากฝั่ง Far Side ไป



ภาพเข้าเกมหลังเล่นจบครบทุกรูทแล้ว (ดวงจันทร์ข้างหลังจะจางลงไป)



นางเอกของด้าน Far Side

ไล่จากซ้ายไปขวา : โทโนะ อากิฮะ, ฮิซุย, โคฮาคุ

 

เอ๊ะ อะไรนะเกินมาคนนึงงั้นเหรอ คิดไปเองรึเปล่าครับ

ไม่ได้คิดไปเองหรอก,สาวน้อยทางขวาสุดชื่อยูมิซึกะ ซัตสึกิ รูทของเธอโดนตัดออกครับ เพื่อให้ขายได้ทันกำหนดการ




SPOIL ที่มีคนอื่นเขียนไว้

ปฐมบท

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3506561/A3506561.html

 

รูทอัลเควต

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3523561/A3523561.html

 

รูทซิเอล

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3526067/A3526067.html

 

รูทอากิฮะ

หายสาบสูญไปไหนไม่รู้ ไม่ได้มีคนเก็บกระทู้เอาไว้

 

รูทฮิซุย

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3579216/A3579216.html

 

รูทโคฮาคุ

http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3610934/A3610934.html

Epilogue Dream of Sunshine (Part 2)

posted on 5/05/2561 11:17:00 PM by VermillionEnd Categories:
เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ที่ http://vermillionend.exteen.com
เนื่องจากเป็นงานแปลชิ้นแรกในชีวิต ถ้าจะอ่านขอให้ทำใจกับสำนวนและความถูกต้องของภาษาไว้ได้เลย

แปลมาจาก http://lparchive.org/Tsukihime/Update%20143/

Music: play track 3


ภาพแรกที่ผมเห็นในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้คือห้องตรวจสีขาวนี่

"..... เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะปกติดีนะ ชิกิคุง ชั้นมองไม่เห็นความหมองมัวแล้วและอาการนี่มันไม่น่าจะกลับมา ตอนนี้เธอสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้แล้วล่ะ"
หมอยังคงเขียนแบบรีบๆ ต่อไป เหมือนกับที่เขาทำในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
ใบหน้าของเขาที่ผมเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกดูเหมือนกับอะไรซักอย่าง

"ถ้าอย่างนั้น, รักษาตัวด้วยนะ อื้อ, แต่อย่าเพิ่งฝืนตัวเองไปซักพักล่ะ ดูเหมือนเธอจะฝืนตัวเองมากเกินไปตลอดเลย"
"---ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับที่ช่วยผม"
ผมโค้งให้เขาพร้อมคำขอบคุณจากใจ
และ, ผมก็ลุกออกไปจากเก้าอี้

ผมออกไปที่ทางเดิน
คนที่อยู่ในห้องรอนั้นคือฮิซุย
เพราะไม่ได้เห็นหน้าของเธอมาหลายวัน, ผมโบกมือให้เธออย่างตื่นเต้น
ฮิซุยรีบวิ่งมาอยู่ข้างผมเพื่อช่วยผม

"ถ้าอย่างนั้น, จะไปกันรึยัง? ตั้งแต่วันนี้ไปพวกเราจะไปเยี่ยมโคฮาคุซังได้แล้ว, ใช่ไหม?"
ฮิซุยพยักหน้า

"...... เอ่อ, ท่านชิกิคะ ร่างกายของท่านไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เหรอคะ?"
ฮิซุยมองขึ้นมาที่ผม, เต็มไปด้วยความกังวล 




"นี่ หมอคือคนที่ไม่ปล่อยให้คนที่ยังรักษาไม่หายได้เป็นอิสระหรอกนะ ถ้าผมออกจากโรงพยาบาลได้ นั่นหมายความว่าผมหายดีแล้ว ผมชินกับเรื่องที่ต้องอยู่โรงพยาบาลแล้ว เพราะแบบนั้นเชื่อผมเถอะ"
"-----ค่ะ เพราะแบบนั้นฉันถึงได้เป็นห่วงค่ะ มันไม่เคยมีกรณีที่ท่านกลับมาจากโรงพยาบาลแล้วหายดีอย่างสมบูรณ์เลย"
"......... หืม"
..... ตอนนี้ฮิซุยเริ่มพูดมากขึ้นแล้วจริงๆ
อืม นั่นเป็นความจริง เพราะแบบนั้นผมเลยไม่เห็นด้วยไม่ได้

"---ยังไงก็ตาม, ในที่สุดผมก็เอาผ้าพันแผลออกจากตาได้แล้ว ผมสามารถเห็นหน้าของเธอได้และร่างกายของผมก็รักษาหายแล้ว, เพราะแบบนั้นมันจะไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว
มาเถอะ, ไปเยี่ยมโคฮาคุซังกัน"
ในขณะที่กำลังจูงมือฮิซุย, ที่ยังคงอยากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่, ผมเดินไปทางห้องของโคฮาคุซัง

Music: stop




-----หลังจากนั้น

หลังจากที่ผมแทงมีดเข้าไปในตัวโคฮาคุซัง, ฮิซุยตื่นตกใจ
แต่, หลังจากที่เห็นว่าร่างกายของโคฮาคุซังไม่บาดเจ็บแล้ว ลมหายใจของเธอก็กลับมาหลังจากนั้น และในขณะที่เห็นผมล้มลงไป ฮิซุยวิ่งมาช่วยพวกเรา ถึงแม้ว่าเธอจะยังคงตกใจอยู่ก็ตาม

ผลลัพธ์คือ, โคฮาคุซังถูกช่วยเอาไว้ได้
ผมตกอยู่ในอาการที่ดวงตาของผมไม่สามารถทำงานได้เพราะการเสื่อมถอยไปของพละกำลังในร่างกาย

...... อืม, เพราะอะไรบางอย่างผมสามารถเข้าใจได้ว่าผมตาบอดไป ในตอนที่ผมแทงมีดเข้าไปในร่างของเธอ, สิ่งเดียวที่ผมสามารถเห็นได้ก็คือ "เส้น" พวกนั้น
เพราะแบบนั้นถึงผมจะได้รับการบอกว่าผมตาบอดไป, มันก็ไม่ทำให้ผมตกใจมากขนาดนั้น, แต่ต่อมา, การมองเห็นของผมก็กลับมาหลังจากนั้นไม่นาน

ผลการตรวจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติกับดวงตาของผม, แต่ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือเส้นประสาท มันไม่ใช่ว่าเส้นประสาทของผมที่ถูกตัดไปนั้นเชื่อมต่อกันใหม่, มันหมือนกับว่าเส้นประสาทที่ด้านชาไปหายชามากกว่า
...... ดูเหมือนว่าดวงตาของผมจะไม่บอดง่ายขนาดนั้น
หรือมันอาจจะเป็นไปได้ว่าต่อให้ตาของผมบอดไป, ผมก็ยังคงเห็น "เส้น" พวกนั้นอยู่

...... อืม, พวกนั้นมันก็เป็นเรื่องเล็กน้อย
ความจริงที่สำคัญก็คือผมกับโคฮาคุซังได้ถูกช่วยเอาไว้
...... แต่โคฮาคุซังก็ไม่ได้ถูกช่วยไว้อย่างสมบูรณ์แบบ

เธอสามารถฟื้นตัวได้
แต่, เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน, เธอสูญเสียอะไรบางอย่างไป

"ท่านชิกิ"
"เอ๊ะ----อื้อ, ไปก่อนได้เลย ผมคิดว่ามันคงจะดีกว่าที่จะให้เธอเข้าไปข้างในเป็นคนแรก"
หลังจากที่ตอบตกลง, เธอเคาะประตู
มีเสียงบอกให้พวกเราเข้าไปและพวกเราก็เข้าไปในห้อง 



Music: play track 9


----โคฮาคุซังเป็นคนเดียวที่อยู่ในห้อง

เธอนั่งอยู่บนเตียงและมองไปที่ฮิซุยกับผม

"....................."
..... โคฮาคุซังไม่ได้กำลังยิ้มอยู่
ด้วยดวงตาที่ไม่สบายใจของเธอ เธอมองไปที่แขกของเธอ

"เอ่อ..... ฉันขอถามได้ไหมคะว่าพวกคุณเป็นใคร"

เพราะคำพูดพวกนั้น, ไหล่ของฮิซุยสั่นเล็กน้อย

"พวกเรามาดูว่าพี่เป็นยังไงบ้างน่ะคะ พวกเราขออนุญาตินะคะ, พี่"
โคฮาคุซังมองมาที่ฮิซุยด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจหลังจากที่เธอได้ยิน
คำว่า "พี่"

ฮิซุยนั่งลงถัดจากโคฮาคุซัง
ผมไม่อยากจะเข้าไปขวางทาง, เพราะแบบนั้นผมเลยนั่งลงไปบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ กำแพง
โคฮาคุซังมองหน้าของฮิซุยกับผมกลับไปกลับมาอย่างไม่สบายใจ

"เอ่อ...... ขอโทษนะ มันแปลกไปหน่อย ฉันรู้สึกว่าฉันรู้จักพวกเธอสองคน, แต่ฉันจำพวกเธอไม่ได้เลยซักคน"
เสียงของเธอฟังดูเต็มไปด้วยคำขอโทษ
นี่มันไม่ใช่การเล่นตลกหรืออะไรทั้งนั้น เพราะเธอหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ




----มันมีปัญหาบางอย่างกับความทรงจำของเธอ
ผมคิดว่าฮิซุยบอกผมมาก่อนหน้านี้แล้ว

โคฮาคุซังไม่ได้เป็นโคฮาคุซังคนก่อนหน้านี้ต่อไปอีกแล้ว 
...... ไม่, นั่นมันไม่ถูกต้องไปซะทีเดียว
ระบบสมองสามารถแบ่งการทำงานออกได้เป็นสี่ส่วน: บันทึก, เก็บเอาไว้, นำกลับมาใช้ใหม่และและการระลึกได้ และดูเหมือนว่าโคฮาคุซังจะมีปัญหากับส่วนเก็บความทรงจำของเธอ 

หมอบอกว่าเธอจะกลับไปใช้ชีวิตปกติของเธอได้, แต่...... เธอจะไม่สามารถนึกย้อนไปถึงอดีตส่วนใหญ่ของเธอได้ 
...... มันไม่ใช่ว่าเธอนึกไม่ออก, ยิ่งไปกว่านั้น, มันเหมือนกับว่าเธอสูญเสียมันไปมากกว่า 
ความทรงจำของเธอที่เธอเก็บรักษาไว้จนถึงตอนนี้---ข้อมูลทั้งหมดพวกนั้นหายไป, เพราะแบบนั้นมันเลยไม่มีอะไรเหลือให้นึกอยู่อีกเลย 
เพราะแบบนั้นโคฮาคุซังเลยจำผมหรือฮิซุยไม่ได้ 
...... การที่จะให้โคฮาคุซังกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนนั้นมันเป็นสิ่งที่ไร้ความหวังจริงๆ 


ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอาการช็อกจากการเฉียดตายเพราะพิษหรือโคฮาคุซังเป็นคนปิดผนึกมันไว้ด้วยตัวเอง 
แต่, ผมรู้ว่าโคฮาคุซังมีร่างกายและหัวใจเหมือนเมื่อก่อนที่เธอเคยมี, แต่เธอลืมเรื่องผม, ฮิซุย, และอากิฮะไปหมด




"เอ่อ......"
โคฮาคุซังมองขึ้นไปที่ฮิซุย
"คะ" ฮิซุยตอบกลับไป, และโคฮาคุซังก็เริ่มพูดขึ้นมาอย่างลังเล
"ใบหน้าของเธอเหมือนกันกับฉันเลย ฉันขอถามได้ไหมว่าเธอเป็นใคร"
"----------"
ร่างกายของฮิซุยแข็งทื่อ
แต่นั่นมันก็แค่พริบตาเดียวเท่านั้น
พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ฮิซุยจับมือของโคฮาคุซังไว้

"หนูเป็นน้องสาวของพี่, ฮิซุยค่ะ"
"ฮิซุย...... จังเหรอ?"
เธอสามารถตอบกลับได้สำเร็จ
นั่นคงเป็นการตอบกลับที่โหดร้ายที่สุดที่เธอคงจะตอบกลับไปได้
แต่ฮิซุยยังคงยิ้มอยู่อย่างอ่อนโยน, และตอบไปว่า "ค่ะ"

"...... ฉันเสียใจมากนะ ฉัน, นึกเรื่องของเธอ, ฮิซุยจัง, หรือคนที่อยู่ตรงนั้นไม่ออกเลย
...... อะฮะฮะ, ฉันกลัวนิดหน่อย ฉันนึกเรื่องของเธอไม่ออกเลย, ฮิซุยจัง บางทีมันคงจะมีอะไรผิดปกติกับฉัน"
เธอคอตก, โคฮาคุซังดูเหมือนเป็นเด็กหลงทาง
ใบหน้าของเธอหมองมัวและดวงตาของเธอนั้นไม่สบายใจ; เธอไม่เหมือนกับโคฮาคุซัง

---ถึงอย่างนั้น
ฮิซุยก็จับมือของเธอเอาไว้แน่น

"ไม่ค่ะ, ไม่ต้องกังวลค่ะ, พี่ ไม่ว่าพี่จะไม่สบายใจขนาดไหน, หนูจะอยู่กับพี่ตลอดไป
...... เหมือนกับที่พี่เคยปกป้องหนูตลอดมา, จากนี้ไปหนูจะปกป้อง, พี่ตลอดไปตลอดไปเช่นกันค่ะ, พี่"
ใบหน้าของโคฮาคุซังเต็มไปด้วยความงุนงง
หลังจากที่มองไปที่ฮิซุยอย่างประหลาดใจแล้ว, โคฮาคุซังก็ขอบคุณเธอ

"เอ๊ะ----อ๊ะ, ค่ะ"
ในขณะที่ก้มหน้าลงไปด้วยความเขินอาย, ฮิซุยพูดพึมพำตอบกลับไป




"เอ่อ, มีอะไรที่พี่ต้องการไหมคะ? อย่างเช่นอะไรที่อยากกิน, หรืออะไรที่อยากได้?"
โคฮาคุซังบอกว่าใช่และพยักหน้าด้วยดวงตาของเธอ เป็นการตอบกลับความพยายามของฮิซุยที่พยายามจะซ่อนความเขินอายของตัวเอง

"คะ อะไรเหรอคะ, พี่?"
"...... ฉัน, คิดว่าฉันไม่เคยชอบชื่อโคฮาคุเลย เพราะแบบนั้น---ฉัน, อยากจะได้ชื่อใหม่"
".................. ชื่องั้นเหรอ?"
ผมสงสัยว่าทำไม
ในตอนที่เธอพูดออกมา, มีแค่ชื่อเดียวเท่านั้นที่ผมสามารถนึกออกได้
ชื่อที่ถูกทิ้งไปและหลงเหลืออยู่ในความทรงจำเพียงอย่างเดียว

".................. ท่านชิกิ"
ฮิซุยหันมาที่ผม
...... เธอกำลังคิดเหมือนกันอยู่รึเปล่านะ? เธอมองมาที่ผมราวกับว่าเธอต้องการยืนยัน

".................. อืม"
ผมพยักหน้าตอบกลับไป
ฮิซุยหันกลับไปที่โคฮาคุซังแล้วก็,

"ชื่อนานายะเป็นยังไงคะ?"

บอกเธอไปแบบนั้น

"............... นานายะ"

โคฮาคุพูดพึมพำราวกับว่ากำลังทดสอบเสียงอยู่
ในทันทีหลังจากนั้น, เธอเงยหน้าขึ้นมาเหมือนกับว่าเธอนึกอะไรบางอย่างได้

"---อื้อ ฉัน, คิดว่าฉันชอบชื่อนั้น เพราะอะไรบางอย่าง มันดูน่าคิดถึงมากๆ"

ในขณะที่กำลังพูดแบบนั้น, เธอยิ้ม
รอยยิ้มปกติของเธอที่เบ่งบานราวกับดอกกุหลาบ

---ในที่สุด
เป็นครั้งแรกนับจากที่เธอตื่นขึ้นมา, เธอยิ้มอย่างมีความสุข 



Music: play track 7


---พวกเธอสองคนคุยกันได้เป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ
เป็นเรื่องธรรมดา พวกเธอสองคนผ่านเวลาไปได้อย่างสงบสุขในฐานะพี่น้อง

...... ผมไม่รู้ว่าการที่เธอสูญเสียความทรงจำไปนั้นเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
ในเมื่อความทรงจำทั้งหมดของเธอนั้นมันเจ็บปวด, บางทีมันอาจจะดีที่เรื่องนี้เกิดขึ้น
เพราะนับจากนี้ไป, มันจะไม่มีอะไรนอกจากความสุข
โดยที่ลืมเรื่องน่าเศร้าทั้งหมดไป, เธอสามารถได้รับความสุขธรรมดาๆ ได้

"----------"
แต่, ในขณะที่มองขึ้นไปที่ท้องฟ้าสีครามนี้, ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากนึกย้อนกลับไป
เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างนั่น
ผมรู้ว่าอดีตของเธอเป็นอะไรที่จะต้องถูกลืมไป
แต่, ถึงอย่างนั้น----ถ้าผมทำได้, ผมก็อยากให้โคฮาคุซังคนนั้นมีความสุข

...... แต่ความปรารถนานั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้
เพราะแบบนั้นผมต้องจบความปรารถนานั่นลงเดี๋ยวนี้

----ภายใต้ท้องฟ้าสีครามที่โหยหา
ผมนึกไปถึงครั้งสุดท้ายที่เธอยิ้มอย่างไร้ความกังวล, เหมือนกับเป็นดอกไม้ที่ยังคงบานค้างอยู่ ----

"ท่านชิกิ, ฉันขอเวลาซักครู่ได้ไหมคะ?"

หลังจากที่พวกเราออกมาจากโรงพยาบาล,
ฮิซุยถามคำถามนั่นขึ้นมากระทันหัน

"เอ๊ะ......? ได้แน่นอน, อะไรเหรอ?"
"ค่ะ พวกเรายังมีเวลาอยู่, เพราะแบบนั้นมันมีที่ๆ ฉันอยากจะไปอยู่"
"ที่ ที่เธออยากไปงั้นเหรอ......?"
เพราะไม่เข้าใจ, ผมเอียงหัวของผมไปด้านข้าง

"มาเถอะค่ะ, ไปกันเถอะ, ท่านชิกิ!"
ฮิซุยดึงมือผมเต็มแรงและเริ่มออกวิ่ง 



Music: play track 2


"--------------------"
เธอพาผมออกมาที่ทุ่งหญ้านอกเมือง
ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจบลงและท้องฟ้านั้นลึกล้ำ
สายลมที่ผ่านดอกไม้และใบหน้าของพวกเราเหมือนกับจะพัดผ่านหัวใจของพวกเราไป

"ฮิซุย......? ทำไมเธอถึงได้อยากให้ผมมาที่นี่งั้นเหรอ?"
"หืมม, ใครจะไปรู้ล่ะคะ? ถ้าให้พูดจริงๆ, จริงๆ แล้วมันไม่มีเหตุผลหรอกค่ะ
มันก็แค่ตอนที่พวกเรามาโรงพยาบาล, ฉันเห็นทุ่งนี่จากรถไฟ"
ฮิซุยพูดเหมือนกับเป็นเรื่องเล็กน้อยในขณะที่เธอยืนอยู่ข้างผม

"...... ผมไม่เข้าใจ ที่นี่เป็นที่ๆ ดี, แต่มันดูเหมือนจะไม่พิเศษขนาดนั้น ถ้าเธออยากจะไปเล่น, พวกเราน่าจะไปที่อื่น----"
"ไม่ มาที่นี่ถูกแล้วค่ะ
ฉันอยากจะไปที่ๆ ไม่ได้อยู่ในเมือง, แต่เป็นที่ๆ เงียบและสวยงาม, และทำให้ฉันรู้สึกดี
ที่ๆ ท่านสามารถกลับไปเป็นตัวของตัวเองได้"
พร้อมกับยิ้มจางๆ, เธอมองขึ้นมาที่ผม


"ตัวของผมเองงั้นเหรอ----ฮิซุย?"
"ค่ะ อืม, ในตอนที่ท่านอยู่โรงพยาบาล, ท่านดูซึมเศร้ามากๆ
...... ฉันเข้าใจว่านท่านรู้สึกยังไง, และฉันก็ดีใจที่ท่านรู้สึกแบบนั้น
แต่, นั่นไม่ใช่สิ่งที่พี่ต้องการค่ะ"
ฮิซุยยื่นมือออกไป
เธอวางมือของเธอลงบนมือของผมเบาๆ




"ไม่ใช่ว่ามันจริงเหรอคะ? ฉันคิดว่ามันเป็นการดีกว่าที่ท่านจะร่าเริง
..... นี่, ท่านชิกิคะ ท่านอาจจะไม่รู้สึกถึงมัน แต่ท่านนั้นเหมือนกับแสงอาทิตย์
นั่นเป็นท่านชิกิที่ฉันชอบ และจะชอบไปตลอด"
ดวงตาของเธอมองมาที่ผมตรงๆ
ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนมากจริงๆ และมองโลกในแง่ดี
ฮิซุยเป็นคนที่เหมือนกับแสงอาทิตย์
เมื่อแปดปีก่อน
มันรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเราได้กลับไปที่เวลานั้น, เวลาที่อากิฮะกับผมและเธอจะไปวิ่งเล่นรอบๆ สวนด้วยกัน"

"----จริงๆ แล้ว ถ้าท่านถามฉัน ฉันคิดว่าฉันเป็นคนที่มืดมนเหมือนกันค่ะ"
"เธอก็แค่เป็นคนที่ไม่ค่อยเริ่มพูดก่อนเท่าไรเท่านั้นเอง
แต่สำหรับผม--ไม่, สำหรับพวกเรา, เธอเป็นเหมือนกับทุ่งหญ้ากว้างๆ นี้"
"----------"
นิ้วของเธอขยับ
ผมรู้สึกว่าเธอจับมือของผมแน่นขึ้น

"ถ้าอย่างนั้น, กรุณาอย่าทำหน้าแบบนั้นนะคะ, ท่านชิกิ
ท่านอากิฮะถูกช่วยไว้ได้, และแม้แต่พี่ก็ถูกช่วยไว้ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ท่านจะต้องเศร้า
พี่ยังมีชีวิตอยู่ และฉันมั่นใจว่าซักวันหนึ่งเธอจะกลับไปเป็นเหมือนกับที่เธอเคยเป็น,  และต่อให้มันไม่เป็นแบบนั้น, ฉันจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่านั้นหลายเท่า
ท่านไม่จำเป็นต้องเศร้าหรอกนะคะ เพราะจากนี้ไปพวกเราต้องช่วยทำให้พี่กับท่าน
อากิฮะมีความสุข"

"------"
สิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องไร้สาระพอๆ กับเทพนิยาย
เพราะแบบนั้นผมเลยสงสัยว่าทำไม?
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเธอ----ผมรู้สึกเหมือนกับมีแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้าไปในหัวใจที่มืดมนของผม

"-----ใช่แล้ว
ผมเป็นพี่ชายของเธอ, เพราะแบบนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะทำแบบนั้น"
ฮิซุยพยักหน้า




"….. อื้อ มันอาจจะเป็นเรื่องยาก, แต่พวกเราต้องทำ เพราะผมอยากให้พวกนั้นมีความสุขด้วยเหมือนกัน"
"-------ค่ะ ฉันรู้ว่าท่านทำได้ค่ะ"
ในขณะที่เธอพยักหน้าอย่างมั่นคง, เธอนำมือของผมไปแนบติดกับอกของเธอ

..... ผมสามารถรู้สึกได้ถึงหัวใจของเธอ
ความอบอุ่นที่ละเอียดอ่อนจากร่างกายของเธอลอยไปอย่างสงบเหมือนกับสายลมที่ลอยผ่านหญ้าเข้ามาสู่หัวใจของผม

"---อีกอย่าง ถ้าท่านไม่ร่าเริง, ฉันคงจะมีปัญหามากแน่ๆ"
"ทำไมเหรอ?" ผมถามออกไป
แก้มของฮิซุยแดงระเรื่อ, แต่เธอก็ยังคงจ้องตรงมาที่ผม----

"...... ก็ท่านเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ฉันอยากอยู่ใกล้ท่านตลอดเวลา, อยู่ใกล้แสงอาทิตย์ของท่านตลอดเวลา"

----เธอยืนด้วยปลายเท้าเพื่อยืดตัวขึ้นมาจูบผม




ท้องฟ้านั้นอยู่สูง
ภายใต้ท้องฟ้าที่ไม่มีความเศร้า ผมได้รับความอบอุ่นจากคนที่ผมรักมากที่สุด

-----จากทุ่งหญ้า
      นั่นเป็นความอบอุ่นของแสงตะวัน

----ใช่, คำพูดของฮิซุยถูกต้องโดยแท้

พวกเราเสียไปมากมาย, แต่พวกเราก็ไม่ได้สูญเสียอะไรไปเลย
วันยังคงมีต่อไปในอนาคต
ถ้าอย่างนั้น, พวกเราต้องเดินต่อไป, และพยายามให้ดีที่สุดที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข




"….. ขอบคุณนะ, ฮิซุย"
ในขณะที่กำลังกอดร่างกายที่ละเอียดอ่อนของเธอไว้ ผมหลับตา

น้ำตาไหลลงมาที่แก้มของผม แต่มันไม่มีความเศร้า
แค่มีชีวิตอยู่ก็สนุกพอแล้ว ผมรู้เรื่องนั้นมานานมากแล้ว

-----ถ้าอย่างนั้น
โดยที่จับมือของฮิซุยเอาไว้, ผมจะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เสียใจ-------

Music: stop



Epilogue Dream of Sunshine (Part 1)

posted on 5/05/2561 11:00:00 PM by VermillionEnd Categories:
เนื้อหาด้านล่างเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 ที่ http://vermillionend.exteen.com
เนื่องจากเป็นงานแปลชิ้นแรกในชีวิต ถ้าจะอ่านขอให้ทำใจกับสำนวนและความถูกต้องของภาษาไว้ได้เลย

แปลมาจาก http://lparchive.org/Tsukihime/Update%20143/


ความฝันแห่งแสงตะวัน
บทส่งท้าย



Music: play track 2 


สัปดาห์ถัดไปได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของชิกิได้หายไปโดยไม่เหลือร่องรอยและแผลที่แขนของอากิฮะก็ได้รับการรักษาแล้ว
ถึงแม้ว่าจุดยืนของผมในฐานะโทวโนะ ชิกิจะเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน, ผมก็ไม่สามารถกลับไปเป็นนานายะ ชิกิได้
ผมไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจความรู้สึกของผมหรือไม่, แต่สำหรับเรื่องของคืนนั้น อากิฮะไม่ได้พูดเรื่องนั้นออกมา
ถ้าอากิฮะ, ที่เป็นหัวหน้าตระกูลโทวโนะ, ยังคงแกล้งโง่ต่อไป, ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าผมก็สามารถมีชีวิตอยู่ในฐานะโทวโนะ ชิกิต่อไปได้

----วันที่แสนสงบสุขได้กลับคืนมา

ในเมื่อชิกิหายไปแล้ว, พละกำลังทั้งหมดของผมก็กลับคืนมาและอากิฮะก็ฟื้นตัวได้อย่างดีเยี่ยม, เช่นกัน
โคฮาคุซังกับฮิซุยก็กลับไปทำงานปกติที่คฤหาสน์และมันก็ไม่มีร่องรอยแห่งความไม่สบายใจอยู่เลย

...... ผมก็อยากจะคิดว่ามันไม่มีน่ะนะ

Music: stop

"พี่คะ? มันเที่ยงแล้วนะคะ, พี่"

...... ผมได้ยินเสียง

"เฮ้อ, ถึงแม้ว่าข้างนอกมันจะอากาศดีก็เถอะ, อย่ามาหลับในที่แบบนั้นสิคะ ถ้าพี่อยากจะงีบ, ก็ไปทำแบบนั้นในห้องของตัวเองสิคะ"

...... มีนิ้วมาสะกิดไหล่ของผม

"นืมม----"
พร้อมกับแบบนั้น, ผมตื่นขึ้นมาจากความฝัน 



Music: play track 3


"…….. นืมม, อรุณสวัสด์ อากิฮะ"
"อย่าพูดว่า 'อรุณสวัสดิ์!' มาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อหลับอย่างเดียวนี่มัน... พี่กำลังคิดอะไรอยู่กันคะ, พี่คะ?"
"…………… อืม, พี่กำลังคิดเรื่องนี้แล้วก็เรื่องนั้น"
หลังจากที่ถอนหายใจออกไปลึกๆ ผมลุกขึ้นมาจากโซฟา

"เดี๋ยวค่ะ, พี่ พี่กำลังจะกลับไปนอนที่ห้องจริงๆ เหรอ?
….. นี่, พี่ไม่คิดว่าพี่ควรจะทำอะไรที่มีค่าในวันหยุดจริงๆ เหรอคะ? อย่างเช่นสานสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัวให้แน้นแฟ้นยิ่งขึ้นหรือไม่ก็, หรือไม่ก็พาพวกเขาไปสนุกเพื่อเป็นการขอบคุณ"

"....................."
ผมคิดว่าสิ่งที่อากิฮะพูดว่ามีค่านั้นมันจำกัดความมาก

"...... อืม, พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน มันก็แค่สิ่งที่เธอคิดว่ามีค่ามันต่างกับสิ่งที่พี่คิดว่ามีค่า นอนหลับติดต่อกันมันเป็นอะไรที่เสียเวลา
เหตุผลที่พี่อยากกลับไปที่ห้องนั้นมันง่ายมาก มันต้องใช้ความพยายามสูงมากที่จะเจอหน้าเธอในทันทีที่ตื่นขึ้นมา, เพราะแบบนั้นพี่เลยคิดว่าจะไปทำตัวให้สดชื่นในห้องของพี่ก่อนน่ะ"

"นะ, นั่นมันหมายความว่ายังไงคะ, พี่!?"


"ไม่มีอะไรหรอก, พี่ก็แค่ตอบคำถามเธอที่เธอมาบ่นพี่ไม่ได้ในตอนที่พี่ยังง่วงๆอยู่ เพราะแบบนั้นพี่ก็เลยจะไปที่ของพี่เพื่อตั้งสติให้ดีๆ, แค่นั้นล่ะ พวกเราคุยกันมากกว่านี้ได้ในตอนมื้ออาหารเที่ยง"
ในขณะที่กำลังโบกมือ, ผมหันกลับไป

อากิฮะมองผมอย่างเงียบๆ, แต่ใบหน้าของเธอบ่งบอกว่าเธออยากจะบ่นกับผม
...... ดูเหมือนว่าผมจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในช่วงมื้ออาหารกลางวัน




ผมมาที่ห้องของตัวเอง
ในขณะที่ผมงีบหลับอยู่ในห้องนั่งเล่น, ดูเหมือนว่าฮิซุยจะมาทำความสะอาดห้องให้ผม

"….. แต่, นี่มันเป็นห้องที่น่าเบื่อจริงๆ, ต่อให้ผมต้องพูดมันออกมาเองก็เถอะ"
นอกจากเตียงกับโต๊ะแล้ว ห้องนี้ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
มันใกล้ฤดูหนาวแล้ว, เพราะแบบนั้นผมคงน่าจะได้เครื่องทำความร้อนมาบ้าง
อากิฮะคงพูดมากกับเรื่องนั้นพอสมควร, แต่ผมไม่เคยอยากจะใช้เตาผิงเลย

".....? อะไรอยู่บนโต๊ะของผมน่ะ----"

จดหมายที่ผมไม่เคยเห็นวางอยู่ตรงนั้น
ผมอยากรู้, เพราะแบบนั้นผมเลยเปิดมันออกมา
"-----------------"

Music: stop

................................................... จดหมายแค่บอกว่า "ชั้นจะรออยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นั่น"

"--------ทำไม?"

ในขณะที่กำลังพูดแบบนั้น, ผมขยำกระดาษ
หลังจากที่เปิดลิ้นชัก, ผมใส่มีดที่สลักไว้ว่า "นานาสุ โยะหรุ" ไว้ในกระเป๋ากางเกง

"--------"
......ผมไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่เห็นมันได้
หลังจากที่สูดหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อตั้งสติ, ผมออกไปจากห้อง




----ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกถึงเรื่องนั้นตั้งแต่เมื่อไร
มันเริ่มขึ้นในตอนที่ผมคิดว่าทุกอย่างมันออกมาได้อย่างเหมาะเจาะเลยทีเดียว

สิ่งที่เกิดขึ้นและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเกี่ยวพันกับระหว่างผมกับชิกินั้นมันเหมาะเจาะเกินไป
แหล่งกบดานของชิกิอยู่ที่โรงเรียน----แต่เขาไม่เคยโจมตีผม, ศัตรูที่เขาเกลียดที่สุดเลย
ถ้าชิกิรู้เรื่องนั้น, ผมคงถูกเขาฆ่าไปนานแล้ว
ผมคงคิดได้อย่างเดียวว่าที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงแบบนั้นเพราะมีใครบางคนเตรียมแผนการที่เหมาะเจาะไว้แล้ว 



Music: play track 8


ในตอนที่ผมไปถึงที่นั่น, เธอรอผมอยู่ด้วยรอยยิ้มที่เป็นปกติของเธอ

"คุณมาสายนะคะ, ชิกิซัง ชั้นมารออยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว, แต่นี่มันเที่ยงไปแล้ว"
"อื้อ, โทษทีนะ ผมเผลอหลับไปในห้องนั่งเล่นและเพิ่งกลับไปที่ห้องน่ะ"
"อ๊ะ, เข้าใจแล้วค่ะ ...... ชั้นทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นไปอีก ชั้นรู้ว่าชั้นควรจะไปบอกคุณตรงๆ แท้ๆ"
"นั่นอาจจะจริงก็ได้," ผมพยักหน้า
เธอยิ้มให้ผม

"แต่, มันก็ดีแล้วค่ะที่คุณมา ตอนนี้พวกเราคุยกันได้, แค่พวกเราสองคน"
"-----"
เธอยิ้มอย่างมีความสุข
พร้อมกับรอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของเธอ, เธอเริ่มพูดราวกับว่ามันไม่มีอะไร

"คุณรู้ตัวแล้ว, ใช่ไหมคะ, ชิกิซัง?"

"....................."
ผมไม่สามารถพยักหน้าหรือส่ายหัวได้
"ฉันรู้ค่ะ," 
แล้วเธอก็หัวเราะออกมา




"ชิกิซัง ชั้นเป็นคนที่ทำให้ท่านชิกิเป็นแบบนั้น"
"........."
..... นั่น...

"ชั้นให้เลือดของชั้นกับท่านอากิฮะเพื่อที่เธอจะได้กลายเป็นพวกสายเลือดโทวโนะมากขึ้นไปอีก"
"……………"
….. แต่นั่น.....

"ชั้นเป็นคนที่ให้ข้อมูลผิดๆ กับท่านชิกิไป, และทำให้เขาไปโจมตีคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่"
"...................."
ผมไม่ได้อยากให้เธอพูดมันออกมา

"ในตอนที่พวกเรายังเด็ก, คนที่มองออกมาจากหน้าต่างเสมอไม่ใช่ฮิซุย, แต่เป็นชั้นค่ะ"
".................. โคฮาคุซัง"
"ก่อนหน้านี้, ชั้นตั้งใจจะดึงความสนใจของท่านอากิฮะเพื่อให้ท่านชิกิได้โอกาศนั่นมา"
".................. โคฮาคุ"
"แต่ชั้นนี่เลินเล่อจริงๆ ท่านอากิฮะกับท่านชิกิต้องตายที่นั่นทั้งคู่แท้ๆ---"

"--------โคฮาคุคุคุคุคุคุคุคุ!"

ในขณะที่มองลงไปข้างล่าง,
ทุกอย่างที่ผมทำได้คือตะโกนชื่อของเธอออกมา

"........................ มันไม่เป็นไร"

"ชิกิซัง?"
"............... มันไม่เป็นไร ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแล้ว, เพราะแบบนั้นผม-----ไม่อยากจะได้ยินเรื่องแบบนั้น"

คำพูดพวกนั้นเป็นความรู้สึกที่แท้จริงของผม
อย่างในความเป็นจริง, มันจะดีกว่าถ้าผมไม่รู้สึกถึงมัน
โคฮาคุซังสามารถเป็นแค่โคฮาคุซังได้
ยิ้มอยู่ตลอดเวลา, คิดว่าฮิซุยเป็นคนที่สำคัญที่สุด, เป็นเพื่อนที่ดีของอากิฮะ, และหัวเราะออกมาในตอนที่พวกเราพูดเรื่องโง่ๆ กัน, ผมอยากให้โคฮาคุซังเป็นแบบนั้นต่อไป

"---ผม, ผมไม่สนใจแบบเรื่องนั้นเลย เธออยู่ที่นี่ได้, และทุกอยากมันจะดีเอง"
"----------"
...... เธอไม่ตอบ
ความเงียบ,
ที่ยาวนานและเจ็บปวด




"ไม่ค่ะ, นั่นใช้ไม่ได้หรอกค่ะ, ชิกิซัง เรื่องที่ชั้นทำลงไปนั้นไม่สามารถมองข้ามไปแบบนั้นได้ ชั้นพลาด ชั้นสูญเสียเหตุผลที่ทำให้ชั้นขยับได้ในหลายปีที่ผ่านมานี้ไป, เพราะแบบนั้นโคฮาคุคนนี้จะหายไปค่ะ"
"อะไ----"
ผมเงยหน้าขึ้น
ตรงนั้น----
เธอเหมือนกับที่เธอเคยเป็นมาตลอด

"แต่, ชั้นคิดว่าคุณมีสิทธิที่จะต่อว่าชั้น
คุณเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลโทวโนะ
ชั้นใช้คุณในแผนการที่จะต่อสู้กับท่านอากิฮะและท่านชิกิ เพราะแบบนั้นถ้าคุณอยากจะต่อว่าชั้น, คุณสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการเลยค่ะ"
"ใช่แล้วล่ะ----ไม่มีใครมีสิทธิที่จะต่อว่าเธอหรอกนะ, โคฮาคุซัง"
...... ใช่แล้ว
ตั้งแต่ที่เธอเป็นเด็กตัวๆเล็กๆ และมาที่คฤหาสน์หลังนี้, เธอต้องแบกรับความชั่วทั้งหมดของโทวโนะ มากิฮิสะ
เธอไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้, ไม่มีใครช่วยเธอ, ถ้าเธอใช้ชีวิตแบบนั้นไปมาหลายปี, ถ้าอย่างนั้นมันก็...

"...... ถ้าเธออยากจะพูดถึงเรื่องสิทธิ, เธอมีสิทธิที่จะล้างแค้นอยู่แล้ว ...... ผมสามารถคิดได้แค่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ, แต่เธอไม่มีอะไรเลยนอกจากความแค้นทีมีต่อตระกูลโทวโนะ"
ผมรู้ว่าผมแค่กำลังพูดให้มันดูดี, แต่ผมก็ได้พูดเรื่องโกหกที่น่าผิดหวังนั่น

"----ไม่ค่ะ, ชั้นไม่ได้มีความแค้นกับท่านมากิฮิสะหรือท่านอากิฮะเลยแม้แต่น้อย
เพราะแบบนั้นสิ่งที่ชั้นทำไปเลยไม่ใช่การล้างแค้น
ชั้นแค่คิดว่านั่นคงเป็นสิ่งที่มนุษย์จะทำ
เพื่อตัวของชั้นเอง, ชั้นทำให้ท่านมากิฮิสะกับท่านชิกิติดกับดักที่ชั้นวางไว้, และพยายามที่จะทำให้ท่านอากิฮะตายด้วยเหมือนกัน
----นั่นเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นมีอยู่
มันไม่มีความรู้สึกใดๆ อยู่เบื้องหลังทั้งนั้น"

รอยยิ้มของเธอไม่จางหายไป
แต่นั่นเป็นเรื่องโกหก
ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง, ถ้าอย่างนั้นผม---ผมคงจะเกลียดเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ




"….. ไม่, ผิดแล้วล่ะ โคฮาคุซัง, เธอก็แค่อยากจะคิดแบบนั้น
ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง---ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงได้ปกป้องอากิฮะล่ะ?
โคฮาคุซัง, เธอมีความรู้สึก ..... เธอชอบอากิฮะ เพราะแบบนั้นเธอถึงได้ทำลายแผนการของตัวเอง.....!"
"-------"
ในช่วงวินาทีนั้นเอง
เธอมองลงไปข้างล่างเล็กน้อย, แล้วก็ยิ้มอีกครั้ง




"..... ใช่แล้วล่ะค่ะ ชั้นทำลายแผนการของตัวเอง จริงๆแล้ว, ท่านชิกิควรจะฆ่าชั้นตั้งแต่ตอนนั้น ..... ชั้นทำแบบนั้นเพื่อที่ให้พวกเราคนใดคนหนึ่งมีชีวิตมีชีวิตอยู่ต่อไปหลังจากตอนนั้น แต่ทำไมพวกเราถึงได้รอดทั้งคู่กันนะ"
"...... นั่นมันง่ายมาก เป็นเพราะว่าเธออยากให้อากิฮะมีชีวิตอยู่ยังไงล่ะ, และเธอก็อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยเหมือนกัน
ในเมื่อ---ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัวแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนวางแผนมันทั้งหมดก็เถอะ, ผมมีความสุข อากิฮะยังมีชีวิตอยู่, และเธอก็ยังมีชีวิตอยู่, นั่นทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ
นั่น----มันยังไม่พอกับเธออีกเหรอ, โคฮาคุซัง?"

น้ำตาไหลออกมาในขณะที่ผมพูดแบบนั้น
...... ผมไม่สามารถหยุดความรู้สึกของตัวเอง, ที่เต็มไปด้วยความความเสียใจมากกว่าความสงสารได้

----ผมเข้าใจตั้งแต่แรกแล้ว

ว่าคนคนนี้จะไม่กลับมา
ตั้งแต่ตอนนั้น, ตอนที่เธอปกป้องอากิฮะ, เธอแตกสลายและไม่สามารถกลับมาได้ ผมเข้าใจเรื่องนั้นดีเกินไป-----





"ชิกิซัง, คุณกำลังร้องไห้อยู่เหรอคะ? นั่นมันเป็นเรื่องโง่นะคะ, ร้องไห้ให้กับตุ๊กตาที่พังอยู่
...... ใช่, โง่มากจริงๆ

นี่, ชิกิซังคะ ชั้นบอกว่าชั้นไม่ได้เกลียดทุกคน, แต่มันมีคนหนึ่งที่ชั้นเกลียดค่ะ

คุณเข้าใจ, ใช่ไหมคะ? ชั้นคิดว่าชั้นเกลียดคุณ เพราะว่าถ้าคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้น, ชั้นคงทำได้แค่มองออกไปนอกหน้าต่างโดยที่ไม่คิดอะไร"

เธอยิ้ม, แล้วหันไปอีกทาง

แขนเสื้อของเธอกระพืออกเหมือนกับเป็นปีกผีเสื้อ
ขาของผมอยากจะพุ่งไปข้างหน้า
แต่ผมขยับไม่ได้
แม้แต่ก้าวเดียว
ผมรู้สึกว่าถ้าผมขยับไปทางเธอแม้แต่ก้าวเดียว---อะไรบางอย่างที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้จะเกิดขึ้น

Music: stop

"คุณเป็นคนเดียวที่ชั้นเกลียดค่ะ คนอื่นๆ, ชั้นไม่ได้ชอบแล้วก็ไม่ได้เกลียด
ชั้นสูญเสียความรู้สึกพวกนั้นไป เพราะแบบนั้น----ที่ช่วยท่านอากิฮะมันเป็นแค่อุบัติเหตุ"
ร่างของเธอเริ่มริบหรี่ลง

"โคฮาคุ, ซัง---"
ผมมีความรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้
ผมไม่รู้จะพูดยังไง, แต่ผมมีความรู้สึกที่แย่มาก

---และต่อมา

"พี่คะ-----!"
มีเสียงเรียกเธอดังสะท้อนผ่านอากาศมา




"ฮิซุย-------?"
"ฮิซุย, จัง.....?"
เสียงของพวกเราดังขึ้นซ้อนกัน
ในขณะที่อ้าปากเพื่อหายใจ, ฮิซุยมองตรงไปที่เธอ

"...... ฮิซุยจัง, ทำไม?"
เสียงของเธอกำลังสั่นอยู่
เพื่อรับมือกับมัน, เธอเลยมองไปที่ฮิซุยอย่างเฉียบคม

"...... โกหก"
ด้วยเสียงสั้นๆ แต่มีพลัง, ฮิซุยพูดแบบนั้น

"ทุกอย่างที่พี่พูดเป็นเรื่องโกหกค่ะ, พี่
ก่อนหน้านี้ที่พี่ช่วยท่านอากิฮะก็เพราะว่าพี่ชอบเธอ---และหนูก็รู้ว่าพี่ไม่มีทางจะเกลียดท่านชิกิได้"

"--------"
ผมได้ยินเสียงอ้าปากค้างตกใจอย่างชัดเจน
ในขณะที่ยังหันหลังไปอยู่---เธอดูตกใจมากๆ

"ไม่ใช่ว่ามันจริงเหรอคะ? พี่เล่นบทบาทของหนูอยู่, เพราะแบบนั้นพี่ไม่มีทางเกลียดท่านชิกิไปได้
ก่อนหน้านี้ได้พี่เล่นบทของฮิซุย เพราะแบบนั้นพี่ถึงได้รักท่านชิกิและพยายามปกป้องท่านอากิฮะ......! พี่ไม่ใช่มนุษย์ที่ว่างเปล่าแบบที่พี่คิดอยู่นะคะ......!"
เสียงของฮิซุยค้างอยู่ในอากาศ
โคฮาคุซังไม่ได้หันหลังมา, แล้วแค่ตอบว่า "ไม่"

"...... เฮ้อ ถ้าคุณไม่ได้ไปหลับอยู่ในห้องนั่งเล่น, ถ้าอย่างนั้นฮิซุยจังคงไม่มีทางสังเกตุเห็นพวกเรา
ชิกิซัง, คุณทำให้แผนการของชั้นเป็นเรื่องยุ่งจริงๆ แล้วค่ะ"
ในขณะที่ยังหันหน้าไปทางอื่นอยู่, เธอหัวเราะออกมา
เธอใส่นิ้วของเธอเข้าไปในปาก

อึก
ผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างถูกกลืนลงไป

"------------"
ผมวิ่ง
แต่, ผมคงไปไม่ทัน
ก่อนที่ผมจะไปถึงตัวเธอ, เธอล้มลงไปที่พื้น, แล้วไอออกมาเป็นเลือด




ตุบ
เสียงแข็งๆ แย่ๆ
ทั้งๆ ที่ยังคงยิ้มอยู่ หยดเลือดสีแดงไหลออกมาจากปากของเธอ

"พี่คะ---------------!"
ฮิซุยจับเธอไว้
ไม่ว่าจะเป็นใครที่มองมันก็ตาม คนนั้นคงจะบอกว่ามันสายเกินไปเรียบร้อยแล้ว



Music: play track 7


"ไม่นะ----พี่, พี่คะ, พี่-----!!!!"
ในขณะที่เธอนำศีรษะของเด็กสาวที่ไม่ขยับมานอนที่ตัก, ฮิซุยตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
มันเหมือนกับว่าความรู้สึกของเธอไหลทะลักออกมาราวกับเป็นเลือดที่ไหลออกมาจากปากของโคฮาคุซัง
ปากของเธออ้าออกและหุบไปครั้งแล้วครั้งเล่า

"พี่......? พี่คะ, อดทนไว้นะคะ......!!"
การร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
หลังจากที่เห็นแบบนั้น, เด็กสาวยิ้มเหมือนกับเด็ก

"...... ฮะ? ...... อย่าทำแบบนั้นสิ, ฮิซุยจัง ร้องไห้แบบนั้น, มันรู้สึก...... เหมือนกับก่อนหน้านี้เลย"
"อะไร---พี่คะ, ทำไม----"
"...... อื้อ, เพราะว่าถ้าพี่, ไม่ทำ,แบบนี้ เธอจะไม่, สามารถกลับไปเป็น, เหมือนเมื่อก่อน, ที่เธอเป็นได้"
คำพูดที่ขาดเป็นห้วงๆ ของเธอ,
และด้วยดวงตาที่มันเป็นเงา เธอพูดกับฮิซุย

"---------พี่"
หน้าของฮิซุยบิดเบี้ยวเพราะความเศร้า
น้ำตาของเธอเอ่อล้นใบหน้าของเธอ

"...... ทำไมกันคะ? นั่นก็ดีแล้ว หนูพอใจแล้วกับตัวตนที่หนูเป็นอยู่ ถ้าพี่มีความสุข, ถ้าอย่างนั้นหนูก็มีความสุข
หนู---หนูถูกพี่ปกป้องมาตลอด, เพราะแบบนั้น---"
หนูมีความสุขมาก
เธอกล้ำกลืนคำพูดสุดท้ายของเธอด้วยความเจ็บปวด




"ทำไม.....? พี่ควรจะอยู่เป็นฮิซุยไป พี่คะ เป็นฮิซุย, คนที่พี่ชื่นชมเมื่อนานมาแล้วไงคะ, เพราะแบบนั้นทำไม---ทำไมตอนนี้พี่ไม่กลับมาหาหนูล่ะคะ---"
หยดน้ำตาตกลงมา
บางทีน้ำตาของฮิซุยอาจจะเป็นสาเหตุ
เธอพยักหน้าอย่างเงียบๆ

"...... จริง, ด้วย
พี่, สนุกมาก, จริงๆ ทั้งหมดนั่นเป็นแค่การแสดงแท้ๆ, มันสนุกมากจริงๆ, ฮิซุยจัง
เพราะแบบนั้นพี่หวังว่า, ฮิซุยจัง, เธอจะสนุกด้วย, เหมือนกันนะ----"
เลือดของเธอไหลออกมา
ในขณะที่เธอพูด, เลือดไหลออกมาจากปากของเธอ

"พะ--พี่, อดทนไว้นะคะ, พี่คะ......! นี่, นี่มันเป็นไปไม่ได้......! ทำไม, ทำไมพี่ต้องตายด้วยคะ, พี่......!?
มันไม่มี---เหตุผลที่พี่จะต้องตายเลยนี่คะ, พี่......!"

เสียงของฮิซุยส่งไปไม่ถึงเธออีกต่อไปแล้ว
อกของเธอยกตัวขึ้นแล้วก็ตกลงไป, เธอแค่มองขึ้นไปที่ท้องนภา, สีฟ้าเข้ม

"...... มันสวยดีนะ พี่ออกไปข้างนอกไม่ได้, แต่พี่กลับนึกสีของท้องฟ้าได้ตลอดเลย"
"พี่คะ---พี่......?"
"...... แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตพวกนั้น
ฮิซุยจัง, ชิกิซัง, แล้วก็ท่านอากิฮะอยู่ตรงนั้น
และตรงนั้นมีท้องฟ้าสวยๆ แบบนั้นอยู่ข้างบน"




"อื้อ..... พี่จำมันไม่ได้ดีมากนัก เรื่องสนุกๆพวกนั้น..... เริ่มจะหายไป"
….. พลังงานของเธอถูกดูดออกไป
แสงสว่างที่ยังคงเหลืออยู่ในดวงตาของเธอกำลังจะหายไป
นั่น
ผมจะให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้

Music: stop


ผมหยิบมีดออกมา
แว่นตาถูกถอดออกไปตั้งแต่แรกแล้ว
ทั้งหมดที่เหลือก็คือ---

"ท่านชิกิ, ท่านกำลังทำอะไ----!"
ฮิซุยหยุดผมเอาไว้

"----ผมกำลังจะช่วยโคฮาคุซัง ช่วยอยู่เงียบๆ แล้วเชื่อใจผมทีนะ"
ผมดึงตัวเองให้เป็นอิสระแล้วเพ่งไปที่ร่างกายของเธอ
...... ก็แค่เหมือนกับตอนนั้นที่ผมอยู่กับยูมิซึกะ
ตอนนั้น, ผมพบเลือดที่เป็นมลทินของยูมิซึกะแล้วก็ "ฆ่า" มัน
เพราะแบบนั้นผมน่าจะสามารถฆ่าพิษที่เธอดื่มเข้าไปได้

"-----------อึก"
อาการปวดหัวแย่ขึ้นไปอีก
มันรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนแทงกระโหลกของผมด้วยมีด
มันแย่มากขนาดที่ผมอยากจะหลับตา

"-----------"
...... ผมคิดว่าการมองหาอะไรที่ผิดปกติในร่างกายของคนอื่นนั้นยาก
ความเจ็บปวดเตือนผมว่านี่มันเกินขีดจำกัดของร่างกายผม

"อ๊า------ฮาห์, อา"
ลมหายใจของผมระเบิดออกเป็นการอ้าปากหายใจแรงๆ
ฟองน้ำลายออกมาจากปากที่อ้าอยู่ของผม
โลกทั้งโลกเป็นสีแดง
ราวกับว่าของเหลวในร่างกายของผมทั้งร่ายกลายเป็นสารพิษ, ร่างกายของผมกำลังลุกไหม้จากภายใน

"อ้า----ก---กกกก!!"

ใช่ ถึง, อย่างนั้น------

"อุก-------อ๊า, อ๊าอ๊า-------!"

ผมจ้องไปที่มัน, โดยไม่สนใจว่าผมจะตาบอดรึเปล่า




-----จิตใจของผมแยกตัวออกจากกัน

โลกของผมกลายเป็นแผ่นสีขาว
ในขณะที่เสียงหลอดเลือดของผมกำลังลุกไหม้ได้ดังก้องสะท้อนอยู่ภายในหูของผม ผมต้องรีบ ก่อนที่ผมจะขยับไม่ได้ ต้องรีบหาพิษที่อยู่ในร่างกายของเธอแล้วฆ่ามัน